0
0
0
s2smodern
powered by social2s

ความเป็นมา

เรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ของกองทัพภาคที่ ๓ ในบริเวณรอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จว.พิษณุโลก, จว.เพชรบูรณ์ และ จว.เลย นั้น มีประวัติการสู้รบที่ยาวนานกว่า 14 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2511-2525 ซึ่งฝ่ายรัฐบาลต้องสูญเสียกำลังพลถึง 1,171 นาย และยุทโธปกรณ์เป็นจำนวนมาก ในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ที่แผ่อิทธิพลเหนือเทือกเขาค้อแห่งนี้

เขาค้อมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ จึงยากต่อการตรวจการทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ มีเทือกเขาสำคัญในพื้นที่คือ เทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งทอดยาวมาจากประเทศลาวจรดภาคกลางของประเทศไทยจนถึง จว.ลพบุรี และ จว.สระบุรี มียอดเขา และสันเขาที่สำคัญได้แก่ ภูสอยดาว ภูเมี่ยง ภูขัด และภูหินร่องกล้า เขาปู่ เขาย่า เขาค้อ เขาผ้าขาว และเขาวัง ทางด้านทิศตะวันออกมี ภูหลวง ใน จว.เลย และภูเขียว ใน จว.ชัยภูมิ

เมื่อประมาณ พ.ศ.2503 บริเวณรอยต่อ 3 จังหวัดนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ที่อพยพมาจากภาคเหนือของประเทศไทย ส่วนมากเป็นเผ่าม้ง ได้มาตั้งรกรากอยู่บริเวณเทือกเขาค้อ เขาปู่ เขาย่า ภูทับเบิก ภูหินร่องกล้า ภูขี้เถ้า และเทือกเขาอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่มๆ มีหัวหน้าบ้านปกครองกันเอง เช่น บ้านเล่าลือ บ้านเล่านะ บ้านเซาเน้ง บ้านเล่ากี บ้านเขาย่า บ้านหูช้าง บ้านทับเบิก ฯลฯ

ในเวลาต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นว่ารอยต่อสามจังหวัด คือ จว.เพชรบูรณ์ จว.พิษณุโลก และ จว.เลย เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมต่อการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะบริเวณเขาค้อ เทือกเขาหินร่องกล้า จึงได้ทำการแทรกซึมในเดือน มี.ค.2511 จัดตั้งกำลังทหารหลักแบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดที่ 1 พื้นที่ภูหินร่องกล้า ภูขี้เถ้า ทับเบิก ชุดที่ 2 พื้นที่เขาค้อ และชุดที่ 3 พื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง พร้อมทั้งโฆษณาชวนเชื่อ และชี้นำให้ชาวไทยภูเขาเข้าร่วมอุดมการณ์ และเป็นแนวร่วมเพื่อทำการยึดอำนาจจากรัฐ โดยมุ่งหวังจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

ในที่สุดผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กลุ่มงานเขาค้อก็ประกาศ "วันเสียงปืนแตก" ในพื้นที่เขาค้อ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2511 และทำการเข้าโจมตีหมู่บ้านเล่าลือ โจมตีที่ตั้งของอาสาสมัครชุดคุ้มครองหมู่บ้านห้วยทรายเหนือ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย พร้อมทั้งยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ไปบางส่วน จากนั้นได้โฆษณาชวนเชื่อชาวไทยภูเขาเผ่าม้งในบริเวณนี้ว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะมาทำการแก้แค้นด้วยการกวาดล้าง และฆ่าชาวม้งทุกคน จึงเป็นเหตุให้ชาวเขาเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวต่างพากันอพยพไปเข้าร่วมกับ ผกค.กลุ่มงานเขาค้อ เป็นจำนวนมาก

ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กลุ่มงานเขาค้อ เขตงานที่ ๓๓

ผกค.กลุ่มงานเขาค้อ เขตงาน ๓๓ นั้น มีชื่อรหัสเขตงานว่า "เขต ข.๓๓" ใช้ภูหินร่องกล้าเป็นฐานที่มั่น รวมไปถึงบริเวณเทือกเขาค้อ เพื่อปฎิบัติงานด้านการเมือง และการทหาร แผ่อิทธิพลครอบคลุมพื้นที่รอยต่อสามจังหวัดได้แก่ อ.เมือง อ.หล่มสัก อ.ชนแดน จว.เพชรบูรณ์ และ อ.เนินมะปราง บางส่วนของ อ.นครไทย จว.พิษณุโลก ผกค.เขตงานนี้มีที่มั่นถาวรประกอบด้วย สำนักอำนาจรัฐ โรงเรียนการเมืองการทหาร สำนักนาเคลื่อนที่ สำนักพลาเขต กองร้อยพลาธิการ สำนักทหารช่าง กองร้อยทหารหลัก ๕๑๕ กองร้อยทหารหลัก ๕๒๐ โรงพยาบาลเขต และคลังเสบียงอาวุธ รวมทั้งหมู่บ้านปลดปล่อยในเขตอิทธิพลคือ บ้านภูชัย บ้านแสงทอง บ้านอุดมชัย บ้านหลักชัย บ้านชิงชัย บ้านกล้าบุก บ้านทุ่งแดง บ้านรวมพลัง บ้านรวมสู้ บ้านต่อสู้ บ้านที่มั่น (หมู่บ้านเหล่านี้ไม่ปรากฏในแผนที่เพราะเป็นหมู่บ้านจัดตั้ง) เป็นกลุ่มฐานกระจายอยู่ตามเทือกเขาต่างๆ บริเวณบ้านหนองแม่นา ทุ่งสะเดาพง เขาค้อ เขาย่า เขาตะเคียนโง๊ะ และเขาหลังถ้ำ รวมพื้นที่อิทธิพลไม่น้อยกว่า 50 ตร.กม.

กล่าวได้ว่า ผกค.กลุ่มงานเขาค้อ เขตงาน ๓๓ นั้น สามารถสถาปนาความมั่นคงเป็นปึกแผ่น โดยการโฆษณาชวนเชื่อ ชี้นำ ปลุกระดมมวลชนชาวไทยภูเขาในพื้นที่สีแดงจำนวนกว่า 3,000 คน ให้เข้าร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองได้เกือบทั้งหมด จากนั้นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) จึงได้สถาปนาอำนาจรัฐประชาชนเพื่อปลดแอกขึ้นในเขตที่มั่นของตนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และคงอำนาจได้นานถึง 10 ปี มีคณะกรรมการบริหารเรียกว่า คณะกรรมการรัฐ มีสภาผู้แทนประชาชนปฎิวัติ ประกอบด้วยสมาชิก 55 คน ที่ได้รับเลือกจากราษฎร และทหารในเขตที่มั่น มีศาลประชาชนซึ่งประกอบด้วย ศาล ผู้พิพากษา และคณะกรรมการการกฎหมายอีกด้วย

สมรภูมิเขาค้อ เกียรติประวัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ของกองทัพภาคที่ ๓
ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๑ และ ๒

ในปี พ.ศ.2524 พตท.๑๖๑๗ (กองอำนวยการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ ๑๖๑๗) โดย กองทัพภาคที่ ๓ ที่ทำการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ในพื้นที่เขาค้อ และรอยต่อ 3 จังหวัด ได้เปิดยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๑ ขึ้น มีภารกิจปราบปรามและสลายกำลังของ ผกค. ในเขตงานเขาค้อ ซึ่งจากการปฏิบัติภารกิจตามยุทธการนี้ ทำให้ฝ่ายเราสามารถยึดเขาค้อได้เป็นผลสำเร็จ

อีกสาเหตุหนึ่งของของความสำเร็จนั้น เกิดจากความได้เปรียบในเรื่องการยิงสนับสนุนของปืนใหญ่สนามจาก "ฐานยิงสนับสนุนสมเด็จ" ฐานยิงสนับสนุนสมเด็จนี้ เป็นฐานยิงปืนใหญ่ของ ป.พัน.๓๔๐๔ (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๓๔๐๔) ซึ่งสนธิกำลังระหว่าง ป.พัน.๔ (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๔ จว.นครสวรรค์) และ ป.พัน.๑๐๔ (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๐๔ จว.พิษณุโลก) ตั้งยิงอยู่ห่างจากเขาค้อประมาณ 7 กม. ทั้งนี้เมื่อสามารถก่อสร้างทางขึ้นสู่เขาค้อได้สำเร็จ จึงเกื้อกูลต่อการปฏิบัติของฝ่ายเราในเรื่องการส่งกลับ และหนุนเนื่องการส่งกำลังจากเขตหลังเข้าสู่พื้นที่อิทธิพลของ ผกค. ได้เป็นอย่างดี

ฐานยิงสนับสนุนอิทธิ

แต่การที่จะปราบปราม ผกค. ในเขตงานเขาค้อ ให้ได้โดยเด็ดขาดนี้จะต้องใช้กำลังฝ่ายเรา เข้าโจมตีที่มั่นแข็งแรงของ ผกค. บริเวณเขาห้วยทราย ทุ่งสะเดาะพง เขาตะเคียนโง๊ะ เขาปู่ และบ้านหนองแม่นา ดังนั้น พตท.๑๖๑๗ จึงเปิดยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๒ ขึ้น เพื่อโจมตีที่มั่นของ ผกค. ตามที่กล่าวมาแล้ว และเพื่อให้การยิงปืนใหญ่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม จึงจำเป็นต้องย้ายปืนใหญ่สนามจากฐานยิงสนับสนุนสมเด็จมาตั้งยิงบนเขาค้อ (ฐานยิงสนับสนุนอิทธิในปัจจุบัน) ประกอบด้วย ปกค.ขนาด 155 มม. (ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้งขนาด 155 มม.) จำนวน 1 กระบอก โดยตั้งยิงเมื่อ 17 ก.พ.2524 และนำ ปบค.ขนาด 105 มม. (ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด 105 มม.) แบบ XM 618 ที่ ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธกองทัพบก (ศอว.ทบ.) เป็นผู้ผลิตให้ ป.พัน.๔ มาทดลองใช้ในสนามอีกจำนวน 2 กระบอกคือ ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง แบบ 03 ขนาด 155 มม. ชื่อว่า "พระยาตานี" และปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง แบบ 95 ขนาด 105 มม. (M-101 A1) ชื่อ "อินทรีกลืนช้าง" โดยใช้ยิงสนับสนุนให้หน่วยดำเนินกลยุทธในพื้นที่ จนสามารถยึดและทำลายที่มั่นของ ผกค. เขตงานเขาค้อลงได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งต่อมาฐานยิงนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า "ฐานยิงสนับสนุนอิทธิ" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ พ.อ.อิทธิ สิมารักษ์ ผช.ผอ.พตท.๑๖๑๗ ที่เสียชีวิตขณะบัญชาการรบ เพื่อลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ต่อสู้

ยุทธการสำคัญในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ของกองทัพภาคที่ ๓

รายนามยุทธการ
พ.ศ.
หมายเหตุ
 ยุทธการโพธิกนิษฐ์
2512
(ยุทธการภูหินร่องกล้า) ภารกิจเพื่อกวาดล้าง ผกค. บนภูหินร่องกล้า แต่ยังไม่สามารถลดอิทธิพลของ ผกค. ลงได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศยากลำบาก และ ผกค. ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ
 ยุทธการภูขวาง
2515
ตั้งแต่ 31 ธ.ค.14-30 มี.ค.15 บก.ทหารสูงสุด ได้กำหนดให้มีการฝึกร่วมระหว่าง ทบ., ทอ., กรมตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน เพื่อทำลายอิทธิพลของ ผกค. ในเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด
 ยุทธการรามสูร
2516
มี.ค.2516 กวาดล้าง ผกค.บริเวณเขาย่า ฝ่ายเราเสียชีวิต 13 นาย บาดเจ็บ 80 นาย
 ยุทธการดอนเจดีย์ ๒
2519
ตั้งแต่ 1 ต.ค.18-7 ธ.ค.19 มีภารกิจกวาดล้างพคท.ในเขตใต้แนว ถ.พิษณุโลก-หล่มสัก เพื่อตัดขาด ผกค.เขตงานเขาค้อ และเขตงานภูหินร่องกล้า และริดรอนกำลังกองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ ๕๑๑ ของ ผกค. ในการรบที่ บ.ทุ่งสมอ ฝ่ายเราได้สูญเสีย พ.ท.เจริญ ทองนิ่ม ผู้บังคับกองพันส่งทางอากาศที่ ๑ ศูนย์สงครามพิเศษ และพลทหารอีก 1 นาย
 ยุทธการร่วมใจ-๑๐
2519
ภารกิจค้นหานักบิน F-5A ที่ถูกยิงตก ฝ่ายเราเสียชีวิต 32 นาย บาดเจ็บ 119 นาย
 ยุทธการลุ่มน้ำเข็ก
2522
ทำการกวาดล้าง ผกค.ในเขต
 ยุทธการสิงห์สั่งป่า
2523
ทำการกวาดล้าง ผกค.ในเขต
 ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๑
2524
เปิดยุทธการในปี พ.ศ.2524 ทั้งนี้ พตท.๑๖๑๗ ได้เปิดยุทธการผาเมืองเผด็จศึกขึ้นสองครั้ง ครั้งแรก เมื่อ 19 ม.ค.-19 ก.พ.2524 สามารถยึดฐานที่มั่นสันเขาห้วยทราย และสันเขาค้อได้ทั้งหมด
 ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ๒
2524
ครั้งที่สอง เมื่อ 20 ก.พ.-10 เม.ย.2524 สามารถกวาดล้างทำลายที่มั่นของ ผกค. ในพื้นที่เขาค้อ เขาปู่ บ.หนองแม่นา บ.ห้วยทราย บ.ตะเคียนโงะ (อ.วังโป่ง) และบริเวณทุ่งแสลงหลวงได้สำเร็จ ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ทำให้ ผกค.เขตงานเขาค้อ ต้องถอนตัวไปรวมกับ ผกค.เขตงานภูหินร่องกล้า และเขตงานภูขัด ภูเมี่ยง
 ยุทธการหักไพรี
2524
เปิดยุทธการเมื่อปลายปี พ.ศ.2524 ดำเนินภารกิจทำลายอิทธิพลของ ผกค. ให้หมดสิ้น เพื่อพิทักษ์ประชาชน และทรัพยากรในพื้นที่เขาค้อ ผลคือสามารถแยก ผกค.ออกจากมวลชนในพื้นที่ภูหินร่องกล้า ภูขัด และภูเมี่ยง ได้สำเร็จ
 ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร
2525
เปิดยุทธการเมื่อ 9 พ.ค.2525 เป็นยุทธการต่อเนื่องจากยุทธการหักไพรี มีภารกิจปราบปราม ผกค. กวาดล้างเป้าหมายในบริเวณภูหินร่องกล้า ภูขัด และภูเมี่ยง โดยทหารสามารถเข้ายึดพื้นที่ได้ทั้งหมด ส่งผลให้มวลชนเข้ามอบตัวเพื่อร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นจำนวนมาก

อวสานสมรภูมิเขาค้อ

การสู้รบระหว่างกำลังฝ่ายทหารรัฐบาลกับ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในพื้นที่เขาค้อ เขาย่า ทุ่งสะเดาะพง เขาปู่ และบ้านหนองแม่นา ได้ยุติลงสิ้นเชิงในปี พ.ศ.2525 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่มิใช่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นของประชาชนชาวไทยทั้งปวง ที่สามารถยุติความขัดแย้งยาวนานกว่า 14 ปี ลงได้ และชี้ให้เห็นว่า พวกเราคนไทยไม่ควรใช้กำลังเข้าตัดสินปัญหาขัดแย้งทางอุดมการณ์ด้วยความรุนแรงต่อกันอีก ควรหันมาร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาประเทศของเราให้ยั่งยืนสืบไป

ในปัจจุบันฐานยิงอิทธิได้รับการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๓๐ (ป.พัน.๓๐ ค่ายพ่อขุนผาเมือง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์) เป็นหน่วยรับผิดชอบ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ และเสื้อผ้าสิ่งของต่างๆ ที่เป็นของกองกำลังฝ่ายบ้านเมือง และของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ทั้งเครื่องยิงจรวด RPG-2 ของจีนแดง เครื่องแต่งกายของ พล.ท.ไพโรจน์ จันทร์อุไร แม่ทัพภาคที่ ๓ ซึ่งใช้ใน "ยุทธการหักไพรี" ตั้งแต่ 8-18 ธ.ค.2524 และ "ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร" ตั้งแต่ 9 พ.ค.-6 มิ.ย.2525 ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ม.๓ และ ผอ.พตท.๓๓ เครื่องแต่งกายของ พล.อ.สีมา ปาณิกบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งใช้ใน "ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก" ขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ.2521-24 ชุดนักบินของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ที่ใช้ในการรบที่เขาค้อ ร่มชูชีพพร้อมร่มช่วยที่ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ใช้กระโดดลงบริเวณดอยเล่าอู่ ประเทศลาว เครื่องใส่ซองกระสุนของปืนพก สายโยงเป้ พร้อมเข็มขัดสนามที่ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ใช้ในการรบในยุทธการผาเมืองเผด็จศึก มีชุดปฏิบัติการของ ผกค. กลุ่มงานเขาค้อ เขตงาน ๓๓ รวมทั้งภายในอาคารยังมีป้ายจัดแสดงประวัติและเหตุการณ์ต่างๆ ในการรบไว้ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาข้อมูล

ภายนอกอาคารมีอาวุธยุทโธปกรณ์มาตั้งแสดง เช่น ปืนใหญ่ขนาดต่างๆ, ซากเครื่องบินขับไล่ F-5A ของ เรืออากาศโทพงษ์ณรงค์ เกษรศุกร์ วีรชนที่พลีชีพ หลังจากถูกยิงตกในบริเวณหุบเขา เขต บ.ภูชัย ห่างจากลำน้ำเข็กราว 1 กม. เมื่อ มิ.ย.2519, รถสายพานลำเลียงพล M-113 ที่ถูกยิงด้วยจรวด RPG จนชำรุดเสียหาย, ฮท.๑ (เฮลิคอปเตอร์ตรวจการ และขนส่ง), เครื่องบินตรวจการทางอากาศแบบ บต.19 หรือ L-19 และรถแทรกเตอร์ D6 ที่ใช้ในการก่อสร้างทางเข้าไปในพื้นที่อิทธิพลของ ผกค. ที่ศูนย์อำนวยการนำมาให้ชม

เกียรติประวัติทหารจีน กองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง)

กำลังสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยรัฐบาลไทยทำการสู้รบกับ ผกค. ในสมรภูมิแห่งนี้ก็คือทหารจีนจากกองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) แห่งบ้านสันติคีรี ดอยแม่สลอง อ.แม่จัน จว.เชียงราย ได้ส่งทหารกองร้อย 445 จำนวน 400 นาย มาร่วมปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์บนพื้นที่เขาค้อเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2524 รับมอบภารกิจให้จัดกำลังจำนวน 64 นาย ไปคุ้มกันการสร้างถนนสาย ทุ่งสมอ-เขาค้อ ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 23 ถึง 30 ที่ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทภานุมาศ ซึ่งได้พลีชีพไปจำนวน 16 นาย แม้จะได้รับการต่อต้านอย่างหนักจาก ผกค. แต่กองกำลังทหารจีนอาสาร่วมรบเหล่านี้ ก็ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญจนบรรลุภารกิจในที่สุด

กองทัพแห่งขุนเขา

กองกำลังทหารจีน กองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) หรือ กองกำลังทหารจีนคณะชาติ

เป็นกำลังที่ร่วมกับรัฐบาลไทยทำการปราบปราม ผกค. ในแถบ จว.เชียงราย มาหลายยุทธการ มีบทบาทสำคัญในการลดอิทธิพลของ ผกค. บนพื้นที่ดอยหลวง, ดอยยาว, ดอยผาหม่น และรวมถึงสมรภูมิเขาค้อแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นสมรภูมิสุดท้ายของ กองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) ก่อนจะปลดอาวุธให้รัฐบาลไทย ดังคำกล่าวที่ว่า "สงครามสิ้นสุดแล้ว และที่นี่ก็มี 2 กองทัพ 2 กฎหมายไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ดังนั้นเราจึงเข้าร่วมพัฒนาชาติไทยด้วย" และอีกอย่างทุกคนในกองพลก็ไม่เคยคิดจะกลับไปไต้หวันหรือจีน เพราะมันไม่มีอะไรแล้ว ภารกิจสิ้นสุดแล้ว เราก็ถือว่าเราเป็นคนไทย ถ้าหากจะกลับไป เราจะไปในฐานะแขกคนไทยเท่านั้น ต่อมาเหล่าเพื่อนทหารจีนที่อาสาร่วมรบได้สร้างอนุสรณ์ขึ้น เพื่อระลึกถึงเพื่อนวีรชนผู้เสียชีวิตในศึกเขาค้อนี้ โดยที่ตั้งของอนุสาวรีย์นั้น จะอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 23 เลยทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย หากมาจาก บ.สิมารักษ์ จะอยู่ด้านขวามือ

รายนามทหาร กองพล 93 (ก๊กมินตั๋ง) กองกำลังทหารจีนอาสาร่วมรบ ผู้สละชีวิตจำนวน 16 นาย ได้แก่

  1. ร.ท.อุทัย เกิดศีล
  2. ร.ต.มงสิท ตันติมา
  3. ร.ต.จือชัน แซ่จัง
  4. ร.ต.ยินเซิน แซ่ฟุ
  5. ร.ต.กวางมึ๋น แซ่หลี
  6. ส.อ.ไอควาย สงคว้า
  7. ส.ท.ฝุชิน แซ่จัง
  8. ส.ท.อายเตา เกตมณี
  9. ส.ท.หมินจง แซ่ซั่ง
  10. ส.ท.อายต้า เกสุข
  11. ส.ท.สมชาย บุญขัง
  12. ส.ท.ตังธง กมลพา
  13. ส.ท.จะโท สีลากา
  14. ส.ท.อาพะ สินาลัย
  15. ส.ท.จ่าโต ขำขัน
  16. ส.ท.นันเลียงลี ทองมี 

การก่อสร้างเส้นทางสายยุทธศาสตร์เข้าสู่พื้นที่การรบ ได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 เส้นทางดังกล่าวได้แก่

ถนนสาย
ระยะทาง
หมายเหตุ
 นางั่ว-สะเดาะพง
24 กม.
 สร้างแยกจาก ถ.สายสระบุรี-หล่มสัก ณ หลัก กม.ที่ 13 (บ.นางั่ว)
 ทุ่งสมอ-เขาค้อ
30 กม.
 สร้างแยกจาก ถ.สายพิษณุโลก-หล่มสัก ตรงแยกแคมป์สน
 สะเดาะพง-หนองแม่นา
16 กม.
 สร้างต่อจากสายแยกรื่นฤดี
 หนองแม่นา-ป่าแดง
20 กม.
 สร้างต่อจาก บ.หนองแม่นา-บ.ป่าแดง (เขาค้อ)

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,174 เมตร ของหมู่ที่ 13 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ ต.เขาค้อ จว.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นยอดเนินเขาสูงสุดของเขาค้อ จะเห็นยอดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ รูปทรงสามเหลี่ยมหินอ่อนตั้งตระหง่าน แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความเสียสละของเหล่าทหารหาญที่ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ไว้ ให้รอดพ้นจากภัยของเหล่าผู้หลงผิดคิดร้ายต่อประเทศชาติ

พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2526 ออกแบบโดย ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา และให้ กองพันทหารช่างที่ ๔ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 6 ล้านบาท ทั้งนี้มาจากการบริจาคของประชาชน และข้าราชการทุกฝ่าย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ฯ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เมื่อ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2527 เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียดังเช่นผู้กล้าทั้ง 1,171 ชีวิต ที่จารึกกับองค์อนุสรณ์นี้์ ฉะนั้นจงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้นทางจังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสมโภชอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้

วัตถุประสงค์ของการจัดสร้างอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

  1. เพื่อเป็นการสดุดีและระลึกถึงวีรกรรมของประชาชนพลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่ได้ปฏิบัติภารกิจในการต่อสู้เพื่อ เอาชนะผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
  2. เพื่อเป็นการระลึกถึงดวงวิญญาณของผู้กล้าหาญที่ได้เสียสละชีวิต และเลือดเนื้อเป็นแบบอย่างให้พี่น้องประชาชนชาวไทย ได้สำนึกว่าแผ่นดินนี้เป็นสมบัติของตนที่ต้องหวงแหน และปกป้องรักษาไว้ยิ่งชีพ
  3. เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี และการรวมพลังในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีความรัก และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  4. เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป

ความหมายของอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

สร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นหินอ่อนทั้งหมด ขนาด และรูปทรงของอนุสรณ์สถานนี้ มีความหมายดังนี้

 รูปสามเหลี่ยม
 
หมายถึง
 การปฏิบัติร่วมระหว่าง พลเรือน ตำรวจ ทหาร
 ฐานของอนุสรณ์
11 เมตร
หมายถึง
 พ.ศ.2511 คือปีที่เริ่มการปฏิบัติการของ ผกค.
 ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอด
24 เมตร
หมายถึง
 พ.ศ.2524 คือปีที่เปิดยุทธการผาเมืองเผด็จศึก
 ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์
25 เมตร
หมายถึง
 พ.ศ.2525 คือปีที่สิ้นสุดการรบ
 ความกว้างฐานสามเหลี่ยม
2.6 เมตร
หมายถึง
 พ.ศ.2526 คือปีที่สร้างอนุสรณ์สถาน

 

ความปลื้มปิติที่มีต่อทหารกล้าผู้เสียสละทุกนายนั้น เราไม่สามารถแสดงออกมาได้เกินกว่าความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจ ชีวิตหนึ่งชีวิตก็มีค่าแค่เพียงความมีชีวิต แต่การสร้างคุณค่าให้กับชีวิตนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะสร้างคุณค่า ให้กับจิตใจในทิศทางใด เราคงภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย ถ้าจุดสิ้นสุดแห่งชีวิตของเราต้องจบลงดั่งเช่นทหารเหล่านั้น...ผนังภายในมีการบันทึกประวัติของอนุสรณ์ ฯ พร้อมด้วยรายชื่อวีรชนผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ และได้มีการสลักบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ไว้ว่า

ความรักประเทศสู้ ยอมสละ 

ทั้งร่วมและชีวะ ปลดเปลื้อง 

รักษาอิสระ ภาพแห่ง ไทยแฮ 

ยอยศ สยามราชเรื้อง รัฐคุ้มอวสานฯ 

รวมทั้งรอยจารึกพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ผนังหน้าทางเข้าอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

อนึ่ง บริเวณที่ใกล้กับอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อนั้น เป็นที่ตั้งของ "ฐานกรุงเทพ" (ชื่อเรียกขานทางวิทยุของ ร้อย.ร.๑๗๔๑) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของทหารฝ่ายรัฐบาลในอดีต แต่เดิมนั้นบริเวณนี้เคยเป็นที่บัญชาการของ ผกค. และฝ่ายทหารเรา ก็สามารถยึดมาได้ด้วยความยากลำบากเมื่อ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2522 ในปัจจุบันฐานกรุงเทพได้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่ง แม้อาคารสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลืออยู่บางส่วน จะชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของ ภูกระดึง ภูเรือ ภูหินร่องกล้า และในบริเวณฐานแห่งนี้ได้สร้าง "ศาลสิมารักษ์" ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พ.อ.อิทธิ สิมารักษ์ อีกด้วย

ประวัติสถานที่ใน อ.เขาค้อ จว.เพชรบูรณ์

ลำดับ
ชื่อหมู่บ้าน
อ.เขาค้อ
จว.เพชรบูรณ์
หมายเหตุ
1.
 บ้านพัฒนวรพงษ์
 ต.ริมสีม่วง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2520 เดิมชื่อ บ้านจะวะสิต เป็นนามสกุลของ ผจว.เพชรบูรณ์ นายวิเชียร จะวะสิต เปลี่ยนชื่อใหม่ใน พ.ศ.2522 เป็นบ้านพัฒนวรพงษ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.อ.เชวง พัฒนวรพงษ์ สังกัด ป.พัน.๑๐๙ ที่เสียชีวิตเมื่อ 12 พ.ค.2522
2.
 บ้านธนิตคำเที่ยง
 ต.ริมสีม่วง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2522 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ จ.ส.ต.ธนิต คำเที่ยง สังกัด ร.๑๙ พัน.๒ เสียชีวิตเมื่อ 30 พ.ย.2521
3.
 บ้านริมสีม่วง
 ต.ริมสีม่วง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2524 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.ต.ประสาน ริมสีม่วง สังกัด พัน.ร.๓๔๔๑ เสียชีวิตเมื่อ 18 ก.พ.2524
4.
 บ้านเพชรช่วย
 ต.ริมสีม่วง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ จ.ส.อ.คำนึง เพชรช่วย สังกัด ร้อย.ร.๔๑๓ พัน.ร.๓๔๔๑ เสียชีวิตเมื่อ 20 ก.พ.2524
5.
 บ้านเขาย่า
 ต.สะเดาะพง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525 โดย ร.อ.สุนทร ศรีกอง สังกัด รพศ.๔ ค่ายสฤษดิ์เสนา อ.วังทอง จว.พิษณุโลก
6.
 บ้านสะเดาะพง
 ต.สะเดาะพง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2524 โดย ร.อ.พีระสิทธิ์ นพสิทธิพร สังกัด พล.รพศ.๑ จว.ลพบุรี ตั้งชื่อตามลำน้ำห้วยสะเดาะพง
7.
 บ้านเล่ากี่
 ต.สะเดาะพง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 เดิมเป็นหมู่บ้านของ ผกค.เก่า ซึ่ง ร.อ.มานพ พงษ์ไพศาล สังกัด ร.๔ พัน.๑ เป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างหมู่บ้าน
8.
 บ้านเสลียงแห้ง ๑
 ต.สะเดาะพง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525
9.
 บ้านเสลียงแห้ง ๒
 ต.สะเดาะพง
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525
10.
 บ้านเสลียงแห้ง ๓
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 โดย ร.ท.เล็ก อินดา
11.
 บ้านสนสวย
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 โดย ร.ท.วัชรินทร์ เนียมจุ้ย
12.
 บ้านหนองแม่นา
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525 โดย ร.อ.ไพบูลย์ บุญรอด สังกัด รพศ.๔ ค่ายสฤษดิ์เสนา
13.
 บ้านทานตะวัน
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 โดย ร.อ.ถาวร ภู่แพ และ ร.อ.สัญชัย จูมั่น ชาวบ้านร่วมกันตั้งชื่อหมู่บ้าน
14.
 บ้านมุกโต
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 โดย ร.ต.บุญชู พิกทิม ตั้งชื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.ท.เพี้ยน มุกโต สังกัด ป.พัน.๑๐๔ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 3 ส.ค.2526
15.
 บ้านหนองรางช้าง
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 โดย ร.ต.บุญชู พิกทิม
16.
 บ้านมาตุลี
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2527 โดย ร.อ.สมพงษ์ เต็งน้อย ตั้งชื่อตามเหล่าของทหารผู้ก่อสร้าง เหล่า ขส. (ขนส่ง) ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจตั้งชื่อว่า "บ้านมาตุลี" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทหารเหล่า ขส.
17.
 บ้านสระแก้ว
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2527 โดย ร.อ.ประเสริฐ ทองดี สังกัด ม.พัน.18 จว.เพชรบูรณ์ ตั้งชื่อตามลักษณะของแหล่งน้ำ
18.
 บ้านราชฤกษ์
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2527 ร.ต.สง่า สมทรง สังกัด ม.พัน.๑๘ จว.เพชรบูรณ์ เป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างหมู่บ้าน สร้างโดยความร่วมมือของชาวบ้าน
19.
 บ้านร่มโพธิ์-ร่มไทร
 ต.หนองแม่นา
สร้างเมื่อ พ.ศ.2527 โดย ร.ต.มนตรี นิ่มพิบูลย์ สังกัด ม.พัน.๑๘ จว.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านร่วมกันตั้งชื่อหมู่บ้าน
20.
 บ้านปัญญาดี
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 เดิมชื่อ บ้านป่าแดง ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ส.อ.บุญธรรม ปัญญาดี สังกัด ชป.๓๐๑ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อ 26 มิ.ย.2519
21.
 บ้านรัตนัย
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2526 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.ต.พจน์ รัตนัย ผบ.ร้อย.ลว.ไกล ๔ สังกัด ค่ายสฤษดิ์เสนา เสียชีวิตเมื่อ 26 มิ.ย.2519
22.
 บ้านปานสุขุม
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2520 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ อาสาสมัครทหารพราน พล ปานสุขุม ที่เสียชีวิตในระหว่างคุ้มกันการก่อสร้างทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อ 27 มี.ค.2520
23.
 บ้านอุทโยภาส
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2520 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ร.อ.ชาญยุทธ อุทโยภาส
24.
 บ้านส่งคุ้ม
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ 2521 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ จ.ส.อ.แดง ส่งคุ้ม สังกัด ร.๔ พัน.๔ จว.ตาก ที่เสียชีวิตเนื่องจากเหยียบกับระเบิดของ ผกค. เมื่อ 24 ม.ค.2521
25.
 บ้านใจทน
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2521 ตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้สละชีวิต
26.
 บ้านสาธรกูล
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2521 ตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้สละชีวิต
27.
 บ้านศักดิ์เฉลิมกิจ
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2521 ตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้สละชีวิต
28.
 บ้านเพชรดำ
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2521 ตั้งตามชื่อ อาสาสมัครทหารพราน ชุด "เพชรดำ"
29.
 บ้านเล่าลือ
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2521 ตั้งตามชื่อ ผู้ใหญ่บ้านเล่าลือ แซ่คำ
30.
 บ้านกองเนียม
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2525
โดยชุดปฏิบัติการพิเศษที่ ๔ และ กองร้อยทหารพรานจู่โจม มี ร.อ.จีรวุฒิ สามเกษร สังกัด ร.๔ พัน.๔ เป็นผู้ดำเนินการสร้าง ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ จ.ส.อ.มา กองเนียม สังกัด ร.๔ พัน.๔ จว.ตาก เสียชีวิตเมื่อ 23 ม.ค.2524
31.
 บ้านดอกจำปี
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2524-2525 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ อาสาสมัครทหารพราน บิน ดอกจำปี ผู้สละชีวิต
32.
 บ้านสิมารักษ์
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2524 โดยชุดปฏิบัติการพิเศษ มี ร.อ.นิพนธิ์ กำแหง เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พ.อ.อิทธิ สิมารักษ์ ผช.ผอ.พตท.๑๖๑๗ ที่เสียชีวิต เมื่อ 17 พ.ย.2523
33.
 บ้านกนกงาม
 ต.เขาค้อ
สร้างเมื่อ พ.ศ.2523 มี พ.ท.มานพ ศรีพงษ์ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ตั้งชื่อตามนามสกุลของ ส.อ.ชัยณรงค์ กนกงาม สังกัด ร้อย.ลว.ไกล.๔ ที่เสียชีวิตเมื่อ 14 มิ.ย.2519
34.
 สะพานธรรมนูญ
 กองช่าง
 
ตั้งชื่อสะพานเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พ.ต.ธรรมนูญ กองช่าง รอง ผบ.พัน.ร.๙๐๙ (ร.๙ พัน.๑) ฉก.พล.ร.๙ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการปะทะกับ ผกค.ในบริเวณนี้ เมื่อ 5 ธ.ค.2520 ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2543 ให้ตั้งชื่อสะพานนี้ว่า "สะพานธรรมนูญกองช่าง" เพื่อเป็นเกียรติสืบไป
35.
 สะพานกายสิทธิ์ มณีภาค
 
ตั้งชื่อสะพานเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ จ.ส.อ.กายสิทธิ์ มณีภาค ซึ่งได้เสียชีวิตจากการปะทะกับ ผกค. เมื่อ 23 ม.ค.2524

ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงกลาโหม กองทัพบก และ กองทัพภาคที่ ๓

What do you think?

Send us feedback!