โดย พ.อ.พิสิษฐ ธีระเดชะชาติ รอง ผบ.ศวพท.วท.กห. ผู้รวบรวมและเรียบเรียง ตั้งแต่ มี.ค.49
“ภาษาบอกเชื้อชาติ กิริยาบอกสกุล วินัยและมารยาท บอกถึงจิตสำนึกในความเป็นทหาร”

มารยาททางทหาร หมายถึง

“การที่ทหารจะต้องประพฤติ ปฏิบัติตามแบบธรรมเนียม และประเพณีของทหาร”
ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมารยาททางทหารมีจำนวน 3 กลุ่ม ในบางกลุ่มอาจมีสถานะอย่างหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสถานะก็ได้ โดยสามารถเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา, ผู้ใต้บังคับบัญชา, ผู้ใหญ่หรือผู้น้อย ประกอบด้วย

  1. นายทหารชั้นสัญญาบัตร
  2. นายทหารชั้นประทวน
  3. ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานราชการ

มารยาทสำคัญที่ควรประพฤติและปฏิบัติ

ข้อบกพร่องจากการประพฤติและปฏิบัติอยู่เป็นประจำส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุหลัก อาทิเช่น ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทุกระดับไม่ว่ากล่าวตักเตือน เพราะไม่ทราบการปฏิบัติที่ถูกต้องจริง กลัวลูกน้องจะเกลียด ธุระไม่ใช่ ขาดความใส่ใจ ที่สำคัญคือการออกคำสั่งหรือการออกเป็นกฎ เพื่ออนุโลมให้เกิดการปฏิบัติที่ขัดต่อแบบธรรมเนียมและประเพณีของทหารที่มีมาช้านานอยู่เนื่องนิจ ซึ่งเป็นตัวที่บ่อนทำลายระบบอย่างถาวรและสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีระยะเวลาที่สิ้นสุด สรุปตัวอย่างที่สำคัญสมควรยึดถือและปฏิบัติดังนี้

มารยาทการแต่งกายของทหาร

  1. เครื่องหมายหรือกระดุมที่เป็นโลหะหรือดิ้นทอง ซึ่งใช้ประกอบเครื่องแบบต้องเป็นเงาอยู่เสมอ.
  2. ควรแต่งกายให้ถูกต้องตามเหล่าทัพที่ตนสังกัดไม่ควรให้กระเป๋ามีฝาหางเข้มขัดยาว หัวเข้มขัดหมองหรือสึก ไม่ติดแพรแถบและป้ายชื่อ
  3. เสื้อยืดตัวในควรเป็นคอแหลมสีขาวหรือสีอื่นใดก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เห็นคอเสื้อด้านใน และไม่ให้แขน เสื้อชั้นในแลบออกมาเกินกว่าแขนเสื้อ ส่วนชุดฝึกให้สวมใส่เสื้อในสีพราง หรือสีเขียวเท่านั้นคอแหลม (เว้น ทร. ใส่เสื้อคอกลมสีขาว)
  4. การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากสวมใส่ชุดคอปิดหรือเสื้อคอพับ ควรประดับ ให้แนวบนของแพรแถบอยู่ต่ำกว่าแนวรังดุมเสื้อเม็ดที่หนึ่งประมาณ 1 ซม. ส่วนตราให้คล้องคอโดยให้แพรแถบไว้ในคอเสื้อชั้นนอก
  5. ให้ข้าราชการกลาโหมประจำการ, นักเรียนทหาร, ทหารกองประจำการคนงาน หรือลูกจ้างในสังกัด กห. ติดป้ายชื่อ ที่มีพื้นป้ายสีดำมีเส้นขอบสีขาว มีตัวอักษรบรรจงสีขาวสูง 0.7 ซม. ติดตรงกึ่งกลางเหนือกระเป๋าบนของเสื้อด้านขวาประมาณ 1 ซม.หรือกรณีเสื้อไม่มีกระเป๋าบนให้ติดกึ่งกลางอกเสื้อด้านขวาสูงแต่พองาม (เว้นนายทหารชั้นนายพลไม่ต้องติดป้ายชื่อก็ได้)
  6. รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น สูงไม่เกิน 6 ซม. สำหรับทหารหญิง และไม่เกิน 7 ซม. สำหรับทหารชาย (ต้องไม่มีริ้วและลวดลาย)
  7. เสื้อคลุมสีต้องตามเหล่าทัพ (ทบ. สีกากีแกมเขียว, ทร.และ ทอ. สีน้ำเงินดำ) ใช้สวมทับเครื่องแบบ ประดับเฉพาะเครื่องหมายยศเท่านั้น มีอินทรธนูอ่อนบอกชั้นยศที่บ่าปักด้วยไหม หรือด้ายสีเหลือง เฉพาะนายทหารชั้นสัญญาบัตรทุกชั้นยศ และนายทหารชั้นประทวนชั้นยศจ่า นายสิบให้ใช้เครื่องหมายยศเช่นเดียวกับชุดปฏิบัติงานปกติ ประดับที่แขนเสื้อข้างซ้าย กึ่งกลางระหว่างศอกกับไหล่ และพันจ่าทหารเรือให้ติดยศที่ชายคอเสื้อกันหนาว ให้มุมบั้งอยู่ด้านบน ยศจ่าให้มุมบั้งอยู่ด้านล่าง วัตถุประสงค์ใช้สวมใส่ในขณะที่มีอากาศหนาว และให้รูดซิบที่อกเสื้อกันหนาวถึงกระดุมเม็ดที่ 2 ของเครื่องแบบที่สวมทับ (เสื้อกันหนาวอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าว ห้ามนำมาสวมใส่ประกอบเครื่องแบบ ถือว่าผิดระเบียบของทางราชการ)
  8. ทหารชายหนวด เคราต้องโกน จอนต้องกัน ผมต้องหวี เครื่องหมายและรองเท้าต้องมันเป็นเงาอยู่เสมอ (เว้นชั้นยศ พ.ต., น.ต. ขึ้นไป สามารถไว้หนวดได้ แต่ต้องตกแต่งให้เรียบร้อย)
  9. ทหารชายทรงผมต้องตัดให้เรียบร้อยเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ยาวรุงรัง
  10. ในขณะใส่เครื่องแบบ ห้ามทหารสะพายกระเป๋าหรือเป้ตามสมัยนิยมทุกชนิด
  11. การพกพาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ใช้สีกลมกลืนกับเครื่องแบบ ห้ามใช้สีฉูดฉาด ซองโทรศัพท์ควรใช้สีดำ สีน้ำเงินดำ หรือสีกลมกลืนกับเครื่องแบบ

ข้อห้ามสำหรับทหารหญิง และลูกจ้างในเวลาแต่งเครื่องแบบ เช่น

  1. ห้ามมิให้แต่งหน้า ทาปาก เขียนคิ้วให้เข้มหรือสีฉูดฉาดเกินควร นอกจากใช้แป้งผัดและทาปากเพียงบางๆ เท่านั้น
  2. ไม่สวมใส่ต่างหูที่มีห้อยระย้า โดยใส่ต่างหูได้เพียงรูเดียวต่อหู 1 ข้าง ส่วนสร้อยข้อมือนั้น ไม่อนุญาตให้สวมใส่
  3. สวมแหวนได้ไม่เกิน 1 วง
  4. ไม่ปล่อยผมให้ยาวประบ่าหรือปรกอินทรธนู หากไว้ผมยาวต้องขมวดปลายผม ให้เรียบร้อยไม่ใช่ขมวดหรือมัดแบบขอไปที เพราะจะทำให้ดูแต่งกายไม่เรียบร้อยสมกับเครื่องแบบที่ตนสวมใส่
  5. ห้ามไว้ผมทรงม้า (ผมปรกหน้า) ผมเปีย ผมแกละ ผมทรงหางม้า หรือทรงอื่นที่ไม่สุภาพ หรือตามสมัยนิยมจนเห็นเด่นชัด
  6. ห้ามใช้ครีมแต่งผม หรือสารอื่นใดให้ทรงผมมองดูแล้วเหมือนผมเปียกตามสมัยนิยม
  7. หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งทรงผมก็ควร ใช้กิ๊บ ริบบิ้น หรือโบว์ผูกผมขนาดเล็กที่เป็นสีดำ (สีเดียวกับผม)
  8. ไม่ควรใส่กระโปงสั้นเหนือเข่า (ยาวปิดเข่าพอสมควร)
  9. ไม่ใส่สายสร้อยเกิน 1 เส้น และไม่สั้นจนไม่พ้นคอเสื้อต้องใส่ให้มิดชิด
  10. ไม่โกรกสีผมจนเด่นชัด หรือผิดธรรมชาติ ต้องเป็นสีดำไม่ปล่อยยาวประบ่า ต้องขมวดผมให้เรียบร้อย และไม่ดัดผม
  11. กระเป๋าถือมี 2 ชนิด ที่ใช้ได้ คือกระเป๋าถือสีดำขนาดใหญ่มีสายสะพาย ให้สะพายที่ไหล่ซ้ายห้อยลงมาใต้แนวเอว และกระเป๋าถือสีดำขนาดเล็ก ให้ถือด้วยมือซ้ายโดยไม่ใช้กระเป๋าถือตามแฟชั่น และต้องไม่มีลวดลาย (เว้นทหารเรือหญิงให้ใช้กระเป๋าสีขาวได้ในชุดที่รองเท้าเป็นสีขาว)
  12. ห้ามใส่เครื่องแบบหากตั้งครรภ์เกิน 3 เดือน แต่ให้ใส่ชุดคลุมท้องสีขาวหรือสีตามเหล่าทัพ
  13. การสวมใส่กางเกงของทหารหญิง นิยมสวมใส่เฉพาะกรณีปฏิบัติงานภาคสนาม ที่ต้องการความคล่องตัวในการปฏิบัติงานเท่านั้น (ในเวลาปฏิบัติงานปกติไม่นิยมสวมใส่)

มารยาททางทหารในการแสดงความเคารพ

  1. ควรแสดงความเคารพผู้ที่มีชั้นยศสูงกว่าเสมอ ไม่ใช่เคารพที่มีอายุมากกว่า
  2. การโค้งคำนับหรือก้มศีรษะ(ไม่ใช่การพยักหน้า) ใช้ในการรับการเคารพ/แสดงความเคารพสำหรับชั้นสัญญาบัตร สำหรับเสมียน พนักงาน และคนงานเมื่ออยู่กับที่ให้ทำท่าตรง ถ้าเคลื่อนที่ให้ทำแลขวา (ซ้าย) ไปทางผู้ที่ต้องการเคารพ
  3. หากไม่ได้สวมเครื่องแบบ ให้ทำความเคารพตามประเพณีนิยม (ไหว้ หรือโค้งคำนับ)
  4. หากจะทำความเคารพ ควรพูดบอกเคารพให้ได้ยินเสมอทุกครั้ง ป้องกันการไม่รับทราบ
  5. ควรรับเคารพ/แสดงความเคารพผู้ที่มียศสูงกว่าก่อนเสมอ หากไม่แน่ใจว่าใครจะมีอาวุโสสูงกว่า ให้ทำความเคารพก่อนโดยไม่เกี่ยงงอน
  6. เมื่อทหารอยู่ด้วยกันหลายคน ผู้ที่มียศหรืออาวุโสสูงกว่าต้องเป็นผู้รับเคารพแต่เพียงผู้เดียว ในทุกกรณีและทุกสถานที่
  7. ควรบอกการแสดงความเคารพเมื่อมีผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือนายทหารชั้นนายพล เข้ามาในสำนักงาน (บอกทั้งหมดตรง)
  8. ***ไม่มีข้อยกเว้นใดให้ลูกจ้าง หรือทหารหญิงทุกระดับชั้นยศ ไม่ต้องแสดงความเคารพ
  9. ***ไม่ยกมือไหว้ในขณะที่สวมเครื่องแบบ (เว้นอยู่ในที่ไม่สะดวกในการยืนแสดงความเคารพ)
  10. ให้แสดงความเคารพกับทหารต่างประเทศ ทหารต่อทหารด้วยกัน หรือกับตำรวจที่ใส่เครื่องแบบที่มียศสูงกว่าด้วย
  11. ทหารกำลังเดินให้หยุดทำความเคารพต่อ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ก่อน 3 ก้าว และเลิกเคารพเมื่อผ่านไปแล้ว 2 ก้าว
  12. ทหารทุกคนต้องแสดงความเคารพต่อธงชัยเฉลิมพล เมื่อเห็นได้ถนัดไม่ว่าธงชัยเฉลิมพลจะอยู่กับที่ หรือเคลื่อนที่ การผ่อนผันการเคารพ
  13. ทหารสนทนากับผู้ที่มียศสูงกว่า ไม่ต้องแสดงการเคารพผู้มียศต่ำกว่าผู้ซึ่งตนสนทนาอยู่ หรือเดินผ่าน
  14. ทหารสวมหมวกหรือถอดหมวก เพื่อไหว้พระก็ได้
  15. ไม่ต้องทำความเคารพผู้ใดเมื่อกำลังเล่นกีฬา กำลังรับประทานอาหาร หรือแบกหามของหนัก (แต่หากสามารถทำได้ก็จะเป็นเสน่ห์กับตนเองเป็นอย่างยิ่ง)

มารยาทในการปฏิบัติงาน/มารยาทในที่ทำงานของทหาร

  1. ควรเรียกกันตามชั้นยศเสมอเพื่อป้องกันไม่มีมารยาทอันดีกับผู้ที่มีอายุมากกว่า
  2. การขอเข้ามาติดต่อราชการจากบุคคลภายนอก การปฏิบัติควรมีความละเอียดอ่อน มีขั้นตอนเพื่อป้องกันเหตุร้าย การปฏิบัติที่จะทำให้เสื่อมเกียรติ หรือทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าพบมีเวลาเตรียมตัวก่อนโดยควรปฏิบัติดังนี้
    กรณีขอเข้าหารือข้อราชการ หรือขอเข้าพบกับผู้บังคับหน่วย ให้สอบถามความประสงค์ในชั้นต้น (ให้ได้ความว่าเป็นใคร มาจากไหนและวัตถุประสงค์ที่ต้องการ) หลังจากทราบข้อมูลในชั้นต้นแล้วแจ้งให้กรุณารออยู่สักครู่ จากนั้นจึงไปแจ้ง ฝสธ. ทราบเพื่อพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนเรียนให้ ผบ.หน่วย รับทราบและจึงมาแจ้งให้กับผู้ที่ขอเข้าพบรับทราบ จากนั้นจึงนำเข้ารอที่ห้องรับรองเพื่อให้ ฝสธ. หรือ ทส. นำเข้าพบ ผบ.หน่วย ต่อไป
    กรณีขอประสานข้อราชการกับข้าราชการภายในหน่วย ให้สอบถามความประสงค์ในชั้นต้น โทรแจ้งผู้ที่ถูกเข้าพบทราบ เมื่อได้รับการปฏิบัติที่แน่นอน จากนั้นจึงแจ้งให้กับผู้ที่ขอเข้าพบทราบข้อมูล และให้เสมียนเวรนำไปพบต่อไป (หากมีห้องรับรองเป็นการเฉพาะให้เสมียนเวรนำไปพักคอย รอจนกว่าผู้ที่ต้องการเข้าพบมาพบ) จึงเสร็จหน้าที่ และไม่สมควรถือวิสาสะนำเข้าพบโดยตรง แต่ควรแจ้งให้กับนายทหารธุรการ หรือ ผช. ของแต่ละกอง หรือ รอง ผอ.กอง ให้รับทราบในชั้นต้น ก่อนนำเข้าพบด้วย
    กรณีติดต่อธุระส่วนตัวกับข้าราชการภายในหน่วยงาน การปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีขอประสานข้อราชการ กับข้าราชการภายในหน่วย แต่ต้องได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนจากผู้ที่ถูกเข้าพบก่อนควรเรียกกันตามชั้นยศเสมอ (ป้องกันอาวุโสทางอายุและการที่จะมียศสูงกว่าในอนาคต เพื่อการบริหารงานตามสายการบังคับบัญชาในโอกาสหน้า)
  3. การใส่เสื้อคลุมไม่ได้แสดงว่าท่านไม่มียศ หรือยกเว้นการแสดงความเคารพ
  4. ไม่ควรแสดงความเคารพไป พร้อมกับการพูดคุยโทรศัพท์ไป
  5. ไม่ควรพูดข้ามศีรษะผู้ที่มียศสูงกว่าถือว่าไม่สุภาพ
  6. เมื่ออยู่ในช่องทางเดิน หรือในลิฟต์ ควรหยุดพูดชั่วขณะ ถ้ามีผู้ที่มียศสูงกว่าเดินผ่าน หรืออยู่ในลิฟต์ด้วย
  7. ควรแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด เช่น ชุดกีฬาต้องสวมรองเท้าผ้าใบ และต้องสวมถุงเท้าเสมอ
  8. ไม่ควรปล่อยทรงผม ขณะอยู่ภายในหน่วย (เว้นขณะเล่นกีฬา)
  9. แสดงการเคารพทุกครั้งเมื่อมีโอกาส โดยไม่แบ่งชาย-หญิง หรือบุคคลภายนอกหน่วย
  10. ไม่ควรใส่ชุดอื่นใดนอกเหนือจากที่ทางราชการกำหนดในขณะปฏิบัติงาน เช่น ชุดครึ่งท่อน หรือชุดวอร์มหลากสี
  11. ไม่ควรพูดคุยเสียงดังในขณะเวลาปฏิบัติงาน ควรเกรงใจบุคคลใกล้เคียง
  12. ผู้น้อยต้องแสดงความเคารพผู้ใหญ่ด้วยทุกครั้ง (ต่างกองที่มียศ หรืออาวุโสสูงกว่า) หากในช่วงเช้าไม่พบเจอในช่วงบ่าย หรือพบกันครั้งแรกก็ต้องแสดงความเคารพด้วย มิใช่สาย หรือบ่ายแล้วไม่ต้องแสดงความเคารพกันอีก
  13. ต้องติดบัตรแสดงตนตลอดเวลาในทุกชุด ขณะปฏิบัติงาน
  14. กิริยาดื้อดัน ไม่ฟังคำสั่ง แสดงการเถียงต่างๆ ทหารไม่ควรประพฤติเลย เพราะจะทำให้เสียแก่วินัย
  15. ต้องระวังความสะอาดเรียบร้อยในที่พักและที่ทำงานของตนให้มาก เพราะที่อยู่ของตนหรือที่ทำงานจะเป็นเครื่องแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตนมีนิสัยอย่างไร ถ้าหากที่อยู่โสโครกแล้วก็อาจเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อย่างร้ายแรงได้
  16. คนไทยย่อมถือกันว่าศีรษะเป็นของสูงเสมอ ฉะนั้นต้องระวังอย่าใช้กิริยาข้ามกรายและเวลาพูดอย่าใช้มือชี้ข้ามหน้าตาและศีรษะของผู้อื่น ถ้าจะหยิบของซึ่งอยู่ในที่สูงหรือเดินเฉียดใกล้บุคคล ต้องออกวาจาและแสดงกิริยาเอางามเป็นการขอโทษ
  17. ทหารทุกระดับและชั้นยศ ควรต้องมีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  18. เมื่อทหารเห็นทหารผู้ใดทำราชการอย่างใดอยู่ และเหลือกำลังของผู้นั้นจักทำให้สำเร็จโดยเร็วได้ และการที่ทำอยู่นั้นเมื่อตนเข้าช่วยด้วยก็จะเป็นประโยชน์ และรวดเร็วขึ้น ก็ให้เข้าช่วยที่ทำการนั้นๆ โดยเร็วที่สุดเสมอ เพื่อประโยชน์ในทางราชการและบำรุงความสามัคคีซึ่งกันและกันอีกด้วย
  19. ทหารไปในที่ใดๆ ก็ดี ต้องระวังในเรื่องแสดงความเคารพอยู่เสมอ และต้องแสดงความเคารพโดยใช้กิริยานอบน้อม (ตามแบบทหาร) ไม่ใช่ทำโดยเสียไม่ได้ หรือต้องบังคับให้ทำ และจะเหม่อเสียโดยมิได้เป็นอันขาด เพราะทหารได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีหูไวตาไวในทุกรณีเสมอ
  20. การมาทันเวลาราชการหรือมาปฏิบัติงานสายนั้น นับว่าเป็นข้อสำคัญสำหรับราชการทหารมาก โดยที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้น้อยต้องมาก่อนผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่เสมอ หรือผู้บังคับบัญชาก็ไม่ควรให้ผู้น้อย หรือผู้ใต้บังคับบัญชามาคอยตนอยู่นาน ต้องระวังและทำเป็นตัวอย่างอันดีอยู่เสมอ ซึ่งถ้าตนมาช้าสัก 2-3 ครั้ง ต่อไปผู้อื่นก็จะมาช้าอย่างที่ตนทำแบบนั้นทีเดียว ก็จะว่ากล่าวตักเตือนกันไม่ได้ ต้องหันมาพิจารณาดูด้วยว่าทำไมผู้ใต้บังคับบัญชาที่มียศน้อยกว่า เงินเดือนน้อยกว่า มีภาระส่วนตนมากกว่า ถึงสามารถมาปฏิบัติงานก่อนตนได้ก็จะเป็นแนวทางให้ท่านต้องปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นตัวอย่างได้ดียิ่งขึ้น
  21. ต้องระวังแยกเวลาในราชการ และนอกเวลาราชการให้ถูกต้อง ไม่ควรเบียดบังเวลาราชการทำธุระส่วนตัวบ่อยนัก จะเป็นการเอาเปรียบผู้ร่วมงาน และราชการ
  22. เวลาเป็นสิ่งมีค่าอย่านำเวลาไปใช้สำหรับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับหน่วยงานและชาติบ้านเมือง หรืออย่าปล่อยให้เวลาว่างที่เหลืออยู่หมดไปเสียเปล่าๆ กับการพุดคุยจับกลุ่มนินทา รับประทานทานของคบเคี้ยวหรือโทรศัพท์นาน แต่ควรอ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์เสมอ
  23. อย่าทำการงานให้ช้าจนเกินเวลาที่ควรเป็นอันขาด เพราะจะทำให้งานราชการเสียหาย
  24. ของที่ยืมมาจากผู้อื่นเมื่อได้ใช้แล้วต้องส่งคืนเจ้าของ หรือหน่วยงานโดยเร็ว
  25. การโทรศัพท์ไปถึงผู้อื่นควรบอก ยศ, ชื่อ และสถานที่ทำงานก่อน แล้วจึงพูดในเรื่องที่ต้องการ
  26. การรับสายโทรศัพท์ควรบอกสถานที่ทำงาน, ยศ และชื่อ ของผู้รับสายก่อน
  27. หากผู้ที่ต้องการพูดไม่อยู่ในขณะนั้น ผู้รับสายควรจด ยศ, ชื่อ, ที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อมอบให้ผู้มีธุระ
  28. ควรช่วยเหลือผู้ที่ติดต่อมาผิดหมายเลข ให้ค้นหาหมายเลขที่ถูกต้อง และไม่ควรปล่อยให้ผู้โทรมาคอยนาน ควรพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวลสุภาพ ชัดเจน เช่น สวัสดีครับ ที่นี่ กอง...วท.กห. ผม ยศ ชื่อ รับสาย จะเรียนสายกับใครครับ กรุณาถือสายรอสักครู่ครับ มีข้อความจะฝากไว้หรือไม่ครับ สวัสดีครับ (ไม่ควรใช่คำว่า สักครู่ ห้วนๆ โดยไม่มีหางเสียง)
  29. ห้ามโดยเด็ดขาด ในการนำชิ้นส่วนของเครื่องแบบไปประกอบการแต่งกายพลเรือน เพราะมิฉะนั้นผู้ที่มิได้เป็นทหารอาจนำไปทำเรื่องไม่ดีแก่ทหารได้
  30. ไม่ควรถามผู้บังคับบัญชาอย่างไม่เหมาะสมก่อนในขณะที่ถูกซักถาม ควรให้ผู้บังคับบัญชาพูดความประสงค์ให้จบก่อน เช่น ใช้คำพูด “ว่า” หรือใช้คำสมัยใหม่ตามสมัยนิยมสวนกลับก่อนคำถามจะจบ
  31. หากสวมใส่ชุดกีฬาก็สามารถแสดงความเคารพได้ และควรนำชายเสื้อสวมใส่ในกางเกงเล่นกีฬาให้เรียบร้อย
  32. การรายงานหรือแจ้งเหตุใดๆ ให้เป็นไปตามสายการบังคับบัญชาเสมอ ไม่ควรข้ามขั้นตอน เพราะจะถือได้ว่ามิได้ให้เกียรติกัน
  33. ไม่ควรพักผ่อนในบริเวณกรมที่สามารถมองเห็นได้ง่าย เพราะบุคคลภายนอก หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นเข้าจะไม่น่านิยม หรือยกย่อง
  34. ห้ามใส่รองเท้าแตะขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่อนุโลมให้ใส่ได้เฉพาะที่โต๊ะของตนเองเท่านั้น ห้ามใส่ออกมานอกโต๊ะโดยเด็ดขาด แม้แต่ภายในแผนกงาน หรือกองงานของตนเอง เนื่องจากเป็นการไม่เรียบร้อยเหมาะสม ไม่เคารพต่อสถานที่ราชการ เป็นภาพที่ไม่ดีในสายตาของผู้บังคับบัญชาและบุคคลภายภายนอกที่มาติดต่อราชการได้ (หากทำได้จึงไม่ควรสวมใส่จะดีกว่า เพราะอาจเผลอสวมใส่ออกมาภายนอกโต๊ะตนเองได้)
  35. ในวันเวลาราชการปกติ สมควรกำกับดูแลบุตรหลานไม่ให้เล่น หรือวิ่งเล่นส่งเสียงดังในเขตบริเวณกรม เพราะจะสร้างความรำคาญกับบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงาน และอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันได้ ที่สำคัญเป็นการแสดงให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบ และการขาดการอบรมสั่งสอนที่ดี
  36. ควรแนะนำให้บุตรหลาน หรือสามีภรรยา ให้รู้จักมารยาทในการเคารพผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่า เช่น พี่ ป้า น้า อา ลุง ที่ทำงานในกรมด้วย เมื่อจำเป็นต้องเข้ามาในกรม เพราะจะเป็นสิ่งที่แสดงการอบรมสั่งสอนของตน และยังเป็นสร้างความเอ็นดูความมีเสน่ห์ให้กับตนเองอีกด้วย
  37. เมื่อจำเป็นต้องเข้ามาในกรม ในเวลาราชการโดยที่ตนมิได้ปฏิบัติงานตามปกติ สมควรต้องแต่งกายให้สุภาพสวมใส่รองเท้าให้เหมาะสม (เว้นรองเท้าแตะ) เพราะเป็นมารยาทที่ต้องให้เกียรติกับสถานที่ราชการในทุกแห่ง

การปฏิบัติเมื่อทหารเข้าเวรยาม

  1. ทหารที่รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามถือว่าได้รับเกียรติยศ และความสง่างามอันสูงสุดเพราะมีอำนาจว่ากล่าวการใดๆ ต่อคนทั่วไปตามพระราชกำหนดกฎหมายและข้อบังคับได้
  2. การ รับ/ส่ง เวรยาม ควรมาก่อน และออกหลังเวลาและแจ้งข้อมูลสำคัญที่ควรทราบให้แก่ผู้มารับเวรต่อ
  3. ขณะปฏิบัติหน้าที่ไม่สมควรรับประทานอาหาร หรืออ่านหนังสือ เพราะจะมีข้ออ้างในการละเลยที่จะไม่แสดงการเคารพ
  4. หากมีผู้มาขอเข้าพบผู้ใดให้โทรศัพท์แจ้ง หรือให้คนมาแจ้งก่อน หากได้รับอนุญาตจึงนำเข้าพบได้
  5. หากกำลังติดต่อราชการ โดยการใช้โทรศัพท์อยู่ให้วางเสีย เพื่อแสดงความเคารพก่อน ทั้งนี้ไม่ควรเพิกเฉย หรือทำเป็นมองไม่เห็น

มารยาททหารในการปฏิบัติเมื่อมาประชุม หรือเข้าร่วมประชุม

  1. ควรเตรียมการประชุมให้แล้วเสร็จแต่เนิ่น
  2. ไม่ควรสวมเสื้อคลุมในที่ประชุม (ถ้าหนาวมากก็ลดอุณหภูมิลง หรือขออนุญาตประธานขอใส่เสื้อคลุมกันหนาว)
  3. ไม่ควรแสดงอาการโต้เถียง แต่ควรใช้การขอแสดงความคิดเห็นไม่มีจิตอาฆาต หากเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม
  4. ควรปิดโทรศัพท์ หรือใ้ช้ระบบสั่น ขณะอยู่ในห้องประชุม
  5. ไม่ควรใช้กิริยากระซิบ หรือให้อาณัติสัญญาณใดๆ ในที่ประชุม เพราะอาจทำให้ผู้อื่นสงสัยในกิริยา
  6. สำหรับทหารในการยืน หรือนั่ง ต้องอยู่ในลำดับยศอันสมควร และไม่ควรอยู่แอบหลังผู้อื่น ถ้าผู้ใหญ่ทำเช่นนี้ ผู้น้อยจะได้รับความลำบาก เช่นไม่กล้านั่งเสมอ หรือขึ้นหน้าผู้ใหญ่ ลงท้ายก็เลยไม่มีที่นั่ง
  7. แสดงความสนใจในขณะที่ผู้พูดพูดกับตน โดยไม่แสดงทีท่าว่าสนใจกับสิ่งอื่น
  8. ไม่แสดงสีหน้าท่าทางว่าเบื่อหน่วย หรือไม่พอใจ แม้ว่าเรื่องนั้นไม่น่าสนใจ
  9. ถ้าเป็นการฟังในที่ประชุม ก็ควรมีความเคารพต่อสถานที่ และต่อประธาน หรือผู้พูด
  10. ไม่ควรลุกจากที่ ถ้าจำเป็นก็ต้องขอโทษ หรือถ้าเป็นในห้องประชุม ก็ควรแสดงการคารวะผู้เป็นประธาน และถ้าไปฟังภายหลังเวลาก็ต้องแสดงคารวะด้วยเช่นกัน
  11. ไม่ควรทำตนให้เป็นที่รำคาญแก่คนอื่นเช่น การสูบบุหรี่ หรือการสนทนาพุดคุยกันจนเสียงดังก่อความรำคาญในที่ประชุม
  12. ก่อนจะพูด ควรคิดให้รอบคอบเสียก่อน
  13. แม้ว่าความเห็นจะไม่ตรงกัน ก็ไม่ควรพูดก้าวร้าวใช้อารมณ์ หรือขัดคอ ควรจะหาวิธีพูดให้สุภาพ เช่น ขอเสนอความคิดเห็นส่วนตัวหรือขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ฯลฯ
  14. ควรใช้ถ้อยคำสุภาพเรียบร้อย ให้เหมาะสมแก่กาละเทศะ
  15. เมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนหน่วยงาน ถ้าหากไม่รู้ข้อมูลจริง หรือไม่ได้รับนโยบายจากนายมาก่อน ควรระมัดระวังคำพูดในที่ประชุม เพราะสิ่งที่พูดถือว่าในฐานะผู้แทนหน่วยงานนั้น ย่อมส่งผลได้ ผลเสียในภายหลัง

มารยาททางทหารในการปฏิบัติในฐานะผู้บังคับบัญชา-ผู้ใหญ่

  1. เมื่อมีความขุ่นข้องกับผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา หรือผู้น้อย เมื่อได้ว่ากล่าวลงโทษ หรือตักเตือนแล้ว จงอย่าจำเอาไว้อาฆาตมาดร้ายภายหลังอีก
  2. จงติโทษ หรือลงโทษผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาในขณะที่ทำผิดโดยไม่เกรงใจ หรือกลัวเขาเกลียด ให้เคร่งครัดอยู่เสมอ จะละเลยเสียไม่ได้เป็นอันขาดเพราะภายหลังจะกำเริบและแก้ไขยาก
  3. ในเวลาบังคับบัญชาการงานอย่าได้เห็นแก่หน้าญาติมิตร หรือสินจ้างสินบนเป็นอันขาด
  4. จงทำตัวอย่างอันดีให้ผู้น้อย หรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ได้เห็นถึงการมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความกตัญญูกตเวที ความกล้าหาญ พากเพียรพยายาม ความละเอียดละออ รอบคอบ มีความละอายต่อความผิด ตลอดทั้งมีความประพฤติอันดี ซึ่งนับว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแนะนำสั่งสอนที่ดีกว่าการที่จะสอนแต่ปาก แต่ตนเองไม่ทำตาม
  5. ต้องคอยรับการเคารพจากผู้มียศต่ำกว่าเสมอ และแสดงออกด้วยความตั้งใจรับ
  6. ต้องรู้จักให้กำลังใจและชมเชยผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เป็นนิจ เพื่อช่วยสร้างขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ หรืองานที่ได้รับมอบหมาย
  7. ต้องฝึกเรียนรู้งานในหน้าที่ให้สูงกว่าของตนหนึ่งชั้นเสมอ ต้องทำตนให้เป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและพี่เลี้ยงในระบบงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมกับสร้างตัวแทนให้สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนตนได้เมื่อมีเหตุจำเป็น
  8. ผู้บริหารระดับสูงที่ดีจะพิจารณาตัดสินจากผลงาน มิใช่จากบทสนทนาหรือความสนิทสนมส่วนตัว
  9. สมควรนำข้อเสนอแนะของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือ หน.แผนก/ฝ่ายอำนวยการ มาใช้ในการประกอบการตัดสินใจด้วยทุกครั้งเพื่อความรอบคอบยิ่งขึ้น

มารยาททางทหารในการปฏิบัติในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา/ผู้น้อย

  1. ในเวลาฝึกหัดสั่งสอน ประชุม บรรยาย ทหารจะต้องตั้งใจคอยฟังโดยเพ่งเล็งดูผู้สอน หรือสดับหูฟังอยู่เสมอ อย่าไปนึกถึงกิจกรรมอื่นๆ หรือเหม่อหลับ ถ้าไม่เป็นไปดังว่านี้ ต้องนับว่าเป็นการเสียมรรยาทและวินัยอย่างสำคัญ
  2. เห็นผู้ใหญ่ทำของตกต้องช่วยเก็บให้ เป็นการแสดงความเคารพนับถือชั้นหนึ่ง
  3. ถ้าผู้ใหญ่พูดด้วยก็ควรแลดู อย่าก้มหน้าหรือมองดูสิ่งอื่นๆ เสีย (แบบทหาร) มิฉะนั้นจะว่าไม่มีความเคารพ
  4. เวลาเข้าไปหาผู้บังคับบัญชา หรือผู้ใหญ่ ต้องยืนให้ถูกต้องตามแบบทหาร และห่างจากผู้นั้นในระยะพอเหมาะ (ประมาณ 2 ก้าว) ห่างกันไปก็ไม่ดี และควรยืนในลักษณะสำรวมไม่ล้วง แคะ แกะ เกา กด (สั่นขา, กดปากกา) หรือหันหน้าทำงานต่อ
  5. ถ้าได้ยินนายทหารเรียกทหารคนหนึ่งคนใดแล้วแล้ว คนอยู่ใกล้ได้ยินต้องเรียกต่อ ถ้านายทหารกวักมือ หรือเรียกทหารที่อยู่รวมกันหลายคน แต่หาได้ออกนามผู้ใดไม่ ผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดจะต้องรีบเข้าไปหาทันที
  6. เมื่อทหารไปในโรงจำหน่ายอาหารและพบทหารซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่าตนนั่งอยู่ก่อน ต้องหันหน้าไปแสดงความเคารพเสียครั้งหนึ่ง ถ้าตนอยู่ในโรงจำหน่ายอาหารนั้นก่อน เมื่อนายทหารผู้ใหญ่กว่าตน เข้ามา หรือจะกลับก็ต้องแสดงความเคารพเช่นเดียวกัน
  7. เวลาอยู่ในแถวหรือหน้าแถว หรือในที่ประชุมราชการใดๆ ทหารต้องไม่เถียงผู้บังคับบัญชาเป็นอันขาด ผิดถูกอย่างไรต้องนิ่งก่อน การนิ่งไม่ทำให้ตนเสื่อมเสียแต่กลับจะทำให้เห็นว่าตนอยู่ในวินัยอันดี
  8. ก่อนที่ทหารจะเข้าไปหาผู้ใหญ่ต้องแสดงให้ผู้ใหญ่ทราบเสียก่อน เช่นบอกกับนายทหารคนสนิท หรือทหารของผู้นั้นว่าจะเข้าไปหา และต้องเคาะประตูเป็นสัญญาณเสมอ
  9. ผู้ที่พูดตามผู้ใหญ่ไปในสิ่งที่ผิดโดยรู้แล้วว่าผิดก็ไม่คัดค้านนั้น ผู้นั้นอยู่ในศัพท์สามัญที่เขาเรียกว่า “พวกลูกขุนพลอยพยัก”
  10. ทหารที่สวมแว่นตาซึ่งไม่ใช่เหตุสำหรับตาเจ็บ เช่น การสวมแว่นสีสำหรับให้โก้เก๋ เมื่อเวลาจะแสดงความเคารพผู้บังคับบัญชา หรือผู้ใหญ่จะต้องปลดแว่นออกเสียก่อนเสมอ มิฉะนั้นจะเป็นทางแสดงให้เห็นว่ามีกิริยาเย่อหยิ่ง เป็นการไม่สมควร
  11. ทหารจะเพิกเฉยหรือละเลยผู้ที่มียศสูงกว่ามิได้ จะทำให้เห็นว่าตนไม่อยู่ในวินัยทหารอันดี
  12. หากต้องการเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีในอนาคต ก็สมควรฝึกหัดเป็นผู้ตามที่ดีไว้ก่อน สิ่งใดที่ดีก็ให้เอาเป็นแบบอย่าง สิ่งใดที่ถูกต้องแม้ไม่ชอบก็จะต้องฝึกให้เคยชิน
  13. ฝึกที่จะเรียนรู้การปฏิบัติงานและเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาเหนือตนหนึ่งชั้นเสมอ อีกทั้งไม่ควรที่จะเกี่ยงงอนหรือเลือกงานหากได้รับมอบหมาย เพราะงานเหล่านั้นจะช่วยสร้างประสบการณ์ในการทำงานในอนาคต (งานที่เคยทำและไม่เคยทำนั้นสามารถเรียนรู้ได้ โดยสอบถามผู้ที่เคยปฏิบัติงานมาก่อน ควรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง)
  14. อย่าทำตัวตีสนิทกับหัวหน้า ให้ยึดถือเส้นแบ่งขีดแห่งมิตรภาพไว้เสมอ
  15. จงทำตัวให้อยู่ในสายตา ถ้อยคำนั้นไร้ค่าแต่การกระทำนั้นมีราคา
  16. ปฏิบัติต่อทุกคนราวกับว่าเป็นคนพิเศษ

มารยาททางทหารในการให้บริการ

  1. ถือแก้วด้านก้นแก้วส่งให้บุคคลอื่น
  2. ควรเข้าเสิร์ฟทางด้านซ้ายเสมอ
  3. ควรให้บริการแก่ผู้บังคับบัญชาที่มียศสูงกว่าเรียงตามลำดับก่อนเสมอ

มารยาททางทหารในการผ่าน เข้า-ออก หน่วย และอื่นๆ

เมื่อทหารต้องผ่านช่องทาง เข้า-ออก ของทางราชการ ควรปฏิบัติดังนี้

  • ในเวลากลางคืน ควรปิดไฟหน้ารถ ปรับเป็นไฟหรี่ เปิดไฟในเก๋ง ลดกระจก เตรียมแสดงตนหรือแลกบัตรผ่าน รับเคารพหรือแสดงความเคารพ และแจ้งวัตถุประสงค์ในการขอผ่าน โดยควรพูดจาอย่างสุภาพ ให้เกียรติเวรยาม และไม่ควรวางอำนาจ
  • ในเวลากลางวัน ลดกระจกเตรียมแสดงตน หรือแลกบัตรผ่าน รับเคารพ หรือแสดงความเคารพ และแจ้งวัตถุประสงค์ในการขอผ่าน โดยควรพูดจาอย่างสุภาพให้เกียรติเวรยาม และไม่ควรวางอำนาจ

ให้สวมหมวกกันกระแทกในขณะขับขี่ หรือนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ทุกครั้ง ทั้งขณะแต่งเครื่องแบบและแต่งกายนอกเครื่องแบบ ควรติดแผ่นสะท้อนแสงสีขาว หรือสีเงินคาดให้เห็นเด่นชัด หรือให้สีกลมกลืนกับเครื่องแบบไม่ฉูดฉาด

มารยาททางทหาร

  1. เวลาหาว จามและไอ ทุกครั้งจะต้องเอามือหรือผ้าบังก่อน มิฉะนั้นจะเป็นที่รังเกียจสำหรับผู้อื่น
  2. ทหารทุกระดับไม่สมควรถือร่มขณะใส่เครื่องแบบ เพราะความเข้มแข็งจะหายไป แต่สมควรที่จะหลบร่ม หลบฝน หรือวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วจะเหมาะสมมากกว่า
  3. ไม่ควรหยิบของผ่านหน้าผู้อื่น แต่ควรขอให้เขาหยิบส่งให้และแสดงความขอบใจหรือขอบคุณ
  4. ทหารจะเดินไปในที่ใดๆ จะเป็นในเวลาควบคุมหรือเดินเกินหนึ่งคนขึ้นไป ควรเดินให้ถูกเท้าพร้อมกันและอยู่ในแนวแถวเดียวกัน
  5. ทหารเดินผ่านผู้ใหญ่ หรือผู้หญิงในทางที่แคบ ต้องหยุดแอบให้ผู้ใหญ่ หรือผู้หญิงเดินไปก่อน
  6. ถ้าทหารจะเดินไปในที่เบียดเสียดคับแคบต้องขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาทหารในที่นั้นก่อน จึงจะเดินไปได้
  7. เวลานั่งรวมอยู่ในชนหมู่มาก ไม่ว่าในการใดๆ ถ้ามีผู้ใดนำของมาแจก ตนอยู่ใกล้หรืออยู่ต้นทางที่เขานำของมาแจก ตนต้องส่งของนั้นไปให้ผู้อื่นซึ่งอยู่ถัดตนไปให้ทั่วถึงก่อนเสมอ
  8. เมื่อผู้ใดช่วยเหลือ และเอื้อเฟื้อ ไม่ว่าการใดๆ ผู้รับความช่วยเหลือ และเอื้อเฟื้อนั้นต้องแสดงความขอบใจ หรือแสดงความเคารพตอบเสมอ
  9. กิริยาท่าทาง เดิน นั่ง ยืน ต้องให้ผึ่งผายองอาจสมกับที่เป็นทหารอยู่เสมอ
  10. เมื่อผู้ใดพลาดพลั้งในกิริยา วาจา แล้วดูถูกเขาเยาะเย้ยเขานั้น นับว่าไม่เป็นการสมควรเพราะเราก็อาจพลาดพลั้งเช่นนั้นได้เหมือนกัน
  11. ทหารรวมอยู่กันตามลำพังหลายคน ต่างต้องช่วยกันระวังในเรื่องแสดงความเคารพ และระวังอันตราย ผู้มียศสูงกว่าในที่รวมกันหรือผู้ที่เห็นให้บอกเคารพผู้มียศสูงกว่าที่เข้ามา
  12. ทหารต้องมีมานะไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ไม่ทำตัวเป็นน้ำตาลหรือขี้ผึ้ง คือกลัวฝนและกลัวแดด เพราะทหารได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่อดทน 

อ้างอิง

  1. พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476
  2. หนังสือรวมกฎหมายทหาร เล่ม 1 กรมพระธรรมนูญ 3 ส.ค.37
  3. หนังสือมารยาทและงานธุรการ พ.อ.เสวตร กุศลวงค์ ผอ.ฝึกฝนอบรมนายทหาร ศูนย์การทหารราบ พ.ศ.2511
  4. มารยาททหารทั่วไป พ.ต.หญิง ประยูร พลิคามิน อจ.โรงเรียนสารบรรณทหารบก กรมสารบรรณทหารบก
  5. คู่มือผู้บังคับบัญชา แจกจ่าย นายทหารนักเรียน รร.เสนาธิการทหารอากาศ โดยพลอากาศโท สมศักดิ์ วรฉัตร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ กองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ ก.พ.2541
  6. เอกสารแจกจ่ายในการฝึกทบทวนวินัยข้าราชการ สงป.กห. พ.ศ.2543
  7. แบบธรรมเนียมทหาร พ.ศ.2537
  8. คำสั่ง สป.(เฉพาะ) ที่ 207/40 เรื่อง นโยบายการกำลังพลของ สป. ลง 23 มิ.ย.40 และคำสั่ง สป.(เฉพาะ) ที่ 341/42 เรื่อง แก้คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ลง 14 ธ.ค.42
  9. ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการเข้าสมาคม เข้าศึกษา หรือบอกความในราชการ พ.ศ.2510