1. แสงเทียน (Candlelight Blues)

เพลงพระราชนิพนธ์ "แสงเทียน" หรือ Candlelight Blues เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนเมษายน พ.ศ.2489 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะบลูส์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทยแต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขทำนองและคอร์ดบางตอนจึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมาบรรเลงในเวลานั้นและใน พ.ศ.2496 นางสาวสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล) ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษถวาย ต่อมาได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรก พ.ศ.2490


2. ยามเย็น (Love at Sundown)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามเย็น" หรือ Love at Sundown เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 2 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ.2489 ขณะยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะฟ็อกซ์ทร็อต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย และท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีคำต้องสมบูรณ์ให้นายเอื้อ สุนทรสนาน นำออกบรรเลงในงานของสมาคมปราบวัณโรค ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2489 นับเป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่นำออกบรรเลงสู่ประชาชน เป็นเพลงที่ร่าเริงแจ่มใส เหมาะสำหรับการเต้นรำในสมัยนั้น จึงเป็นเพลงยอดนิยมของพสกนิกรไทยทันที


3. สายฝน (Falling Rain)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "สายฝน" หรือ Falling Rain เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะวอลท์ซ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงแต่งร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เพลงพระราชนิพนธ์สายฝนนี้บรรเลงครั้งแรกที่เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2489 ในงานรื่นเริงของสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์ ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ในเวลาต่อมาเพลงนี้นำมาขับร้องใหม่โดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส, นภา หวังในธรรม และสวลี ผกาพันธ์


4. ใกล้รุ่ง (Near Dawn)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ใกล้รุ่ง" หรือ Near Dawn เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์นำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2489


5. ชะตาชีวิต (H.M. Blues)

เพลงพระราชนิพนธ์ "ชะตาชีวิต" หรือ H.M. Blues เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5ทรงพระราชนิพนธ์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงพระนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 20 พรรษา ใน พ.ศ.2490 ข้าราชการ นักเรียน และคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองติดต่อกันหลายวัน ในวันเสาร์ที่ 6ธันวาคม พ.ศ.2490 มาตั้งวงเล่นดนตรีที่พระตำหนักวิลลาวัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีด้วย ในงานมีการทายชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ใหม่ H.M.Blues ว่า H.M. แปลว่าอะไร ผู้ที่จะทายต้องซื้อกระดาษสำหรับเขียนคำทายใบละครึ่งฟรังซ์ จุดประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับช่วยเหลือคนจน โดยวงดนตรีบรรเลงเพลงให้ผู้ร่วมงานเต้นรำโดยไม่หยุดพักระหว่างเลี้ยงอาหารว่างตอนดึก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ H.M.Blues เนื้อเพลงมีใจความว่า "คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นดนตรีต่างก็อิ่มหนำสำราญกัน แต่พวกเราที่กำลังเล่นดนตรีต่างก็หิวโหยและไม่มีแรงจะเล่นต่อไปอีกแล้ว" ในงานไม่มีผู้ใดทายชื่อถูกเลยสักคนเดียว เพราะทุกคนต่างคิดว่า H.M.Blues ย่อมาจาก His Majesty 's Blues ซึ่งแปลว่าเพลงแนวบลูส์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่แท้ที่จริงแล้ว H.M.Blues ย่อมาจาก Hungry Men's Blues แปลว่าเพลงแนวบลูส์ของผู้ที่หิวโหยต่างหาก


6. ดวงใจกับความรัก (Never Mind the Hungry Men's Blues)

เพลงพระราชนิพนธ์ "ดวงใจกับความรัก" หรือ Never Mind The Hungry Men's Blues เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 6ทรงพระราชนิพนธ์ในพ.ศ.2490 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2490 หลังจากได้เสวยพระกระยาหาร และนักดนตรีได้รับประทานอาหารแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษและพระราชทานชื่อว่า Never Mind the H.M Blues เป็นการตอบปริศนาคำทายที่ว่า H.M. แปลว่าอะไร ของเพลง H.M. Blues


7. มาร์ชราชวัลลภ (Royal Guards March)

เพลงพระราชนิพนธ์ "มาร์ชราชวัลลภ" หรือ Royal Guards March เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 7 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ.2491 ชื่อ "ราชวัลลภ" และพระราชทานให้เป็นเพลงประจำกรมทหารราบที่ ๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ เพื่อไว้ใช้ในพิธีสวนสนาม หลังจากนั้น ผบ.ร.๑ ร.อ.ได้มอบหมายให้ พ.ต.ศรีโพธิ์ ทศนุต แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย แต่มีห้องเพลงยาวกว่าเดิม จึงต้องขอพระราชทานทำนองเพิ่มเติมเพื่อให้เข้ากับคำร้อง ในการแก้ไขทำนองให้เข้ากับคำร้องนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) ช่วยตรวจทาน และได้พระราชทานนามเพลงพระราชนิพนธ์นี้ว่า "มาร์ชราชวัลลภ" (The Royal Guards March) เมื่อ พ.ศ.2495


8. อาทิตย์อับแสง (Blue Day)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "อาทิตย์อับแสง" หรือ Blue Day เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 8 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ขณะประทับแรมบนภูเขาในเมืองดาโวส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย


9. เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You)

เพลงพระราชนิพนธ์ "เทวาพาคู่ฝัน" (Dream of Love Dream of You) เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 9ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ขณะประทับ ณ เมืองดาโวส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย


10. คำหวาน (Sweet Words)

"คำหวาน" หรือ Sweet Words เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 10 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


11. มหาจุฬาลงกรณ์ (Maha Chulalongkorn)

 

"มหาจุฬาลงกรณ์" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 11 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง โดยมีท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และสุภร ผลชีวิน เป็นผู้ประพันธ์เนื้อเพลง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ให้เป็นเพลงประจำสถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


12. แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "แก้วตาขวัญใจ" หรือ Lovelight in My Heart เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 12 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2492 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเพลงในจังหวะวอลท์ซ


13. พรปีใหม่

เพลงพระราชนิพนธ์ "พรปีใหม่" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 13 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ.2494 เมื่อเสด็จนิวัตพระนครและประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานพรปีใหม่แก่บรรดาพสกนิกรไทย ด้วยเพลงจึงทรงพระราชนิพนธ์เพลง "พรปีใหม่" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องเป็นคำอวยพรปีใหม่ แล้วพระราชทานแก่วงดนตรี 2 วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันปีใหม่ วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ.2495


14. รักคืนเรือน (Love Over Again)

เพลงพระราชนิพนธ์ "รักคืนเรือน" หรือ Love Over Again เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 14 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495


15. ยามค่ำ (Twilight)

เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามค่ำ" หรือ Twilight เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 15ทรงพระราชนิพธ์ใน พ.ศ.2495ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย แล้วได้พระราชทานให้นำออกบรรเลง ในงานของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสวนสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 เป็นเพลงในจังหวะฟอกซ์ทร็อต


16. ยิ้มสู้ (Smiles)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้" หรือ Smiles เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ลำดับที่ 16ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาไทย เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่คนตาบอด แล้วพระราชทานให้นำไปบรรเลงในงานสมาคมช่วยคนตาบอด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2495 ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์ในปีต่อมา


17. มาร์ชธงไชยเฉลิมพล (The Colours March)

เพลงพระราชนิพนธ์ "มาร์ชธงไชยเฉลิมพล" หรือ The Colours March เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 17 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่กองทัพไทย เพื่อใช้ในการเชิญธงไชยเฉลิมพลในพิธีการของเหล่าทัพ


18. เมื่อโสมส่อง (I Never Dream)

เพลงพระราชนิพนธ์ "เมื่อโสมส่อง" หรือ I Never Dream เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 18ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2495ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ ได้พระราชทานให้นำไปบรรเลงในงานรื่นเริงประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสวนสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 23มกราคม พ.ศ.2497ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา แต่งคำร้องภาษาไทยถวาย


19. ลมหนาว (Love in Spring)

"ลมหนาว" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประพันธ์ทำนอง และสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้อง


20. ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag)

เพลงพระราชนิพนธ์ "ศุกร์สัญลักษณ์" หรือ Friday Night Rag เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 20 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2497 เพื่อเป็นเพลงประจำวงดนตรี "ลายคราม" โดยบรรเลงทุกครั้งที่ทรงดนตรีกับวงลายคราม พระราชทานออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส. ประพันธ์คำร้องโดย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ


21. Oh I say

"Oh I Say" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ 21 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2498 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ สโมสรสวนสราญรมย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498 เพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้องภาษาไทย


22. Can't You Ever See

เพลงพระราชนิพนธ์ "Can't You Ever See" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ 22 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2498 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานรื่นเริงประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498 เพลงพระราชนิพนธ์ นี้ไม่มีคำร้องภาษาไทย


23. Lay Kram Goes Dixie

เพลงพระราชนิพนธ์ "Lay Kram Goes Dixie" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 23 ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ.2498 พระราชทานให้แก่ วงลายคราม ซึ่งเป็นวงดนตรีแจ๊สส่วนพระองค์ ที่ทรงตั้งขึ้นหลังจากเสด็จนิวัตประเทศไทย บรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส.


24. ค่ำแล้ว (Lullaby)

 "ค่ำแล้ว" หรือ Lullaby เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 24ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2498 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษร่วมกับท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา และท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ประพันธ์คำร้องภาษาไทย


25. สายลม (I Think of You)

 

 เพลงพระราชนิพนธ์ "สายลม" หรือ I Think of You เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 25 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2500 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานของ สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2500


26. ไกลกังวล (When), เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย (The Resonance)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ไกลกังวล" หรือ When หรือ "เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 26 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่วังไกลกังวล เมื่อ พ.ศ.2500 เพื่อพระราชทานให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี "อ.ส.วันศุกร์" ใช้บรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายก่อนเลิกเล่นดนตรี ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2500 ผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทยคือ นายวิชัย โกกิลกนิษฐ


27. แสงเดือน (Magic Beams)

 เพลงพระราชนิพนธ์ "แสงเดือน" หรือ Magic Beams เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 27 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ.2501 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพลงพระราชนิพนธ์นี้มีลีลาชดช้อย อ่อนหวาน สง่างาม เหมาะสำหรับประกอบการเต้นบัลเล่ต์ จึงได้พระราชทานให้อัญเชิญไปประกอบการแสดงบัลเล่ต์ในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2501 ต่อมาได้นำออกบรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2501


28. ฝัน (Somewhere Somehow), เพลินภูพิงค์

 "ฝัน" หรือ "เพลินภูพิงค์" หรือ Somewhere Somehow เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 28 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ และนายศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ประพันธ์คำร้อง "ฝัน" ได้ พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในงานสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร เมี่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 และพระราชทานให้บรรเลงในงานสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2502


29. มาร์ชราชนาวิกโยธิน (Royal Marines March)

 "มาร์ชราชนาวิกโยธิน" เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 29 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 แล้วพระราชทานแก่กรมนาวิกโยธิน ตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานจาก พล.ร.ต.สนอง นิสาลักษณ์ ผบ.นย.ในขณะนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดนตรีประจำกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกานำออกบรรเลงครั้งแรก ณ สนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2502 ในงานแสดงของ ราชนาวีไทย-นาวิกโยธินอเมริกัน เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิ "มหิดล" ในโอกาสที่ นาวิกโยธิน กองเรือที่ 7ของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนประเทศไทย สำหรับคำร้องภาษาไทย พล.ร.ท.จตุรงค์ พันธุ์คงชื่น และ พล.ร.ท.สุมิตร ชื่นมนุษย์ (ขณะดำรงยศเป็นเรือเอก) ได้ร่วมกันแต่งถวาย เพลงพระราชนิพนธ์นี้ไม่มีคำร้องภาษาอังกฤษ

ทำนอง :พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง :พล.ร.ท.จตุรงค์ พันธุ์คงชื่น และ พล.ร.ท.สุมิตร ชื่นมนุษย์

รุกรันฟันฝ่าในธาราสีคราม
สมเป็นดังนามราชนาวีไทย
รบรันฟันฟาดไม่ขลาดหวั่นไหว
มีศึกมาใกล้ไม่หวั่นครั่นคร้ามริปู

เราราชนาวิกโยธินของไทย
เรารวมกายใจกันไว้เชิดชู
เป็นแนวปราการรุกทานรบผลาญต่อต้านพร้อมพรู
เข้าฟาดฟันรบรันศัตรูขอสู้ขาดใจ
เมื่อเราเข้าประจัญจะผลาญให้สิ้นไป
ยอมพลีชีพเพื่อชาติไทย
รีบรุกบุกเข้าตีไม่หนีสู้เพื่อชัย
กายใจชีวิตมอบเป็นราชพลี

เราราชนาวิกโยธินของไทย
ชีวิตมลายคงไว้ศักดิ์ศรี
วิญญาณยืนยงคู่ธงนาวี
ดำรงเสรีศัตรูหลีกลี้หนีไป
แม้ชีวาเราจำต้องสิ้นสูญลง
แหลมทองยังคงเป็นขวัญคู่ไทย
น.ย.เกรียงไกรไว้ลายแม้ตายชื่อไม่สูญไป
ปกป้องไทยทั้งกายและใจขอไทยอยู่คง


30. ภิรมย์รัก (A Love Story)

 

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ภิรมย์รัก" หรือ A Love Story เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ "A Love Story" และ พล.ร.ต.ปรีชา ดิษยนันทน์ ประพันธ์คำร้อง ภาษาไทย "ภิรมย์รัก"
เพลงพระราชนิพนธ์ A Love Story เป็นส่วนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ชุด "กินรี" หรือ Kinari Suite ที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 ประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯ ให้วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร โดยทรงควบคุมการฝึกซ้อมด้วยพระองค์เอง

ไร้คนเคียงข้าง โลกอ้างว้างหมางอารมณ์เศร้า ทิวาราตรีตรมซบเซา ส่งความอับเฉาสู่ดวงใจ ไร้เธอหมายมั่น สุดโศกศัลย์ทุกวันหมองไหม้ เสียงครวญมวลวิหคหายไป ไม่มีแห่งไหนดอกไม้บาน กามเทพส่งเธอมา แอบอุรารำพัน เพ้อพร่ำเพลงรักฝากชีวัน ฉันยังฝังใจภิรมย์ รักที่เธอให้ โลกสดใสดวงใจหายตรม เหลียวดูทางใดชวนหวนชม ด้วยรักสุขสมจนนิรันดร์


31. Nature Waltz

"Nature Waltz" หนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ชุด Kinari Suite หรือ กินรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุดที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 เพื่อประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ราชนาวีบรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร


32. The Hunter

"The Hunter" หนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ชุด Kinari Suite หรือ กินรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุดที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 เพื่อประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ ชุด มโนห์รา ทรงแยก และเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ราชนาวีบรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร


33. Kinari Waltz

"Kinari Waltz" หนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ชุดKinari Suite หรือ กินรี เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ชุดที่ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 เพื่อประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ ชุด มโนห์รา ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด โปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ราชนาวีบรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุดมโนห์รา ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร


34. แผ่นดินของเรา (Alexandra)

"แผ่นดินของเรา" หรือ Alexandra เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ทรงพระราชนิพนธ์โอกาสที่ เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2502 โดยครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ ทรงเสด็จไปรับด้วยพระองค์เองที่สนามบินดอนเมือง ในระหว่างที่รอเครื่องบินลงจอดราว 10 นาที พระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะแต่งเพลงต้อนรับเจ้าหญิง ในการมาเยือนไทยครั้งนี้ ทรงประพันธ์ทำนองเพลงภายในเวลาไม่กี่นาที จากนั้นก็ทรงส่งโน้ตนั้นให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์เนื้อร้องให้กับทำนองเพลงนั้นทันที
ต่อมาในปี พ.ศ.2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริว่าท่วงทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ไพเราะ และน่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระบรมราชานุญาต ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นว่าเพลง Alexandra นี้มีเพียง 16 ห้องเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพิ่มเติม โดยใส่ท่อนกลาง และท่อนท้าย จนครบ 32 ห้องเพลง


35. พระมหามงคล

เพลงพระราชนิพนธ์ "พระมหามงคล" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 35 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2502 แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2502 ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในโอกาสที่ก่อตั้งมาครบ 20 ปี นายเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อเพลงว่า "พระมหามงคล" และได้อัญเชิญมาบรรเลงนำประจำวงสุนทราภรณ์ มาจนทุกวันนี้


36. ยูงทอง

 

 "ยูงทอง" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 36 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงประพันธ์ทำนอง และพระราชทาน ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2506
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองใน พ.ศ.2477 เป็นต้นมา ทางมหาวิทยาลัยได้ใช้เพลงทำนองมอญดูดาว ที่ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนนาคพันธุ์) ประพันธ์ เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย จนกระทั่งเมื่อพ.ศ.2504 ได้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย ขณะที่เสด็จมาทรงดนตรี ณ เวทีลีลาศ สวนอัมพร ภายในพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2504


37. ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "ในดวงใจนิรันดร์" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย


38. เตือนใจ (Old-Fashioned Melody)

 "เตือนใจ" Old-Fashioned Melody เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 38 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษใน พ.ศ.2508 ต่อมาใน พ.ศ.2510 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย


39. ไร้จันทร์ (No Moon), ไร้เดือน

 

 เพลงพระราชนิพนธ์ "ไร้เดือน" หรือ "ไร้จันทร์" หรือ No Moon เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 39 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ.2508
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายอาจินต์ ปัญจพรรค์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย ชื่อ "ไร้จันทร์" ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวายชื่อ "ไร้เดือน"

ไร้จันทร์
ฉันไม่นึกห่วงแสงโสมผ่อง
รักยิ้มแสนหวานส่อง
เปรียบประกายทองของจันทร์
มิเคยมีสิ่งใดไกลเกินหวัง
แม้นมั่นใจในรักฉัน
มิหวั่นภัยใดขวางกั้น
ทางรักสุขสันต์สดใส

ไร้ดาว
ฉันไม่นึกห่วงดาวน้อยใหญ่
แววตาเธอแทนได้
ส่องทางไปดังดารา
ถึงใครอื่นมุ่งชมจันทร์
และหมายมั่นดาวเด่นฟ้า
แต่ตัวฉันสุข
ทุกเวลาคราชิดเธอ


40. เกาะในฝัน (Dream Island)

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "เกาะในฝัน" หรือ Dream Island เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 40 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ.2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย


41. แว่ว (Echo)

เพลงพระราชนิพนธ์ "แว่ว" หรือ Echo เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 41 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ.2508 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย เพลงนี้วงดนตรีสุนทราภรณ์นำออกบรรเลงเป็นครั้งแรกในงานสังคีตมงคล ครั้งที่ 1 ณ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2509


42. เกษตรศาสตร์

 

เพลงพระราชนิพนธ์ "เกษตรศาสตร์" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทาน ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2509 ซึ่งจัดว่าเป็น 1 ใน 3 สถาบันการศึกษาที่พระองค์ได้พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์ให้เป็นเพลงประจำสถาบัน โดยอีก 2 เพลง ได้แก่ เพลงพระราชนิพนธ์ "มหาจุฬาลงกรณ์" พระราชทานให้เป็นเพลงประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.2492 และเพลงพระราชนิพนธ์ "ยูงทอง" ที่พระราชทานให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ.2506


43. ความฝันอันสูงสุด (The Impossible Dream)

เมื่อ พ.ศ.2512 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้รับพระราชเสาวนีย์จาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้เขียนบทกลอนแสดงความนิยมส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงาน เพื่ออุดมคติเพื่อประเทศชาติ ออกมาเป็นกลอน 5 บท สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดให้พิมพ์บทกลอนนี้ลงในกระดาษการ์ดแผ่นเล็กๆ เพื่อพระราชทานแก่ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัคร (อส.) และผู้ที่ทำงานเพื่อประเทศชาติเตือนสติมิให้ท้อถอยในการเสียสละเพื่อทำความดี ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงใส่ทำนองเพลงในคำกลอน "ความฝันอันสูงสุด" ใน พ.ศ.2514 ขับร้องโดย ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค


44. เราสู้

เพลงพระราชนิพนธ์ "เราสู้" เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 44ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2516
นายสมภพ จันทรประภา ได้ประพันธ์กลอนสุภาพ 4บท จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขียนเป็นคำกลอนถวาย เมื่อทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย ที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลง "เราสู้" พระราชทานให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ ทหาร อาสาสมัคร (อส.) และตำรวจชายแดน ทรงหยิบซองจดหมายใกล้พระหัตถ์มาตีบรรทัด 5เส้น เพื่อทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง เสร็จแล้วพระราชทานให้ วง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งกำลังบรรเลงอยู่ในงานวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม พ.ศ.2517 นำออกบรรเลง ณ พระราชวังบางปะอิน จากนั้นได้ทรงนำกลับไปแก้ไขก่อนจะพระราชทานออกมาให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลง และทรงแก้ไขอีกจนพอพระราชหฤทัย

ขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่ บรรเลงโดย วงดุริยางค์ทหารเรือ

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
หน้าที่เรารักษาสืบไป
ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
จะได้มีพสุธาอาศัย
อนาคตจะต้องมีประเทศไทย
มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย
ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น
จะสู้กันไม่หลบหนีหาย
สู้ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย
ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู
บ้านเมืองเราเราต้องรักษา
อยากทำลายเชิญมาเราสู้
เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู
เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว


45. เรา-เหล่าราบ ๒๑ (We-Infantry Regiment 21)

 

"เรา-เหล่า ราบ ๒๑" (We-Infantry Regiment 21) | เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 45 ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นในปี พ.ศ.2519 เนื่องจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้ ร.ต.ท.วัลลภ จันทร์แสงศรี แต่งเนื้อเพลงให้แก่กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ (ร.๒๑ รอ.) หรือที่รู้จักในนามว่า "ทหารเสือพระราชินี" แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงพระราชทาน

ขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่ บรรเลงโดย วงดุริยางค์ทหารเรือ

เราทะนงองอาจฉกาจแกร่ง
ทุกหนแห่งสู้ศึกฮึกเหี้ยมหาญ
หลั่งเลือดโลมพสุธาปฏิญาณ
แม้นภัยพาลรุกถิ่นแผ่นดินไทย
เราจะสู้สุดชีวิตมิคิดพรั่น
เป็นกำแพงป้องกันไม่หวั่นไหว
ถึงม้วยมุดสู้สุดลมหายใจ
ขอเทิดเกียรติชาติไทยอยู่ทุกยาม
เราเชื้อชาติชายชาญทหารกล้า
ทหารเสือราชินีศรีสยาม
เกียรติระบือลือเลื่องกระเดื่องนาม
ทั่วเขตคามรู้เหล่าเรา ส.ก.
อันที่สุดของไทยนั้นคือชาติ
หากพินาศแล้วใครอยู่ได้หนอ
เราเหล่าราบยี่สิบเอ็ดไม่รั้งรอ
เราจะขอไว้ลายให้ลือนาม
เราเชื้อชาติชายชาญทหารกล้า
ทหารเสือราชินีศรีสยาม
เกียรติระบือลือเลื่องกระเดื่องนาม
ทั่วเขตคามรู้เหล่าเรา ส.ก.


46. Blues for Uthit

เพลงพระราชนิพนธ์ "Blues for Uthit" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 46 ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นายอุทิตต์ ทินกร ณ อยุธยา นักดนตรี วง อ.ส. วันศุกร์ ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2522 และได้พระราชทานให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ นำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส. เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2522


47. รัก

เพลงพระราชนิพนธ์ "รัก" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 47 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2537 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงสำหรับกลอนสุภาพ 3 บท ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ เมื่อพระชนมายุ 12 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพลงนี้ให้วง อ.ส.วันศุกร์ บรรเลงทุกวันศุกร์ และวันอาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม พ.ศ.2537 ต่อมา เมื่อทรงแก้ไขแล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ นำไปแยก และเรียบเรียงเสียงประสาน เพื่อทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ในงานพระราชทานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2538 ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง


48. เมนูไข่

เพลงพระราชนิพนธ์ "เมนูไข่" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 48 ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2538 เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ด้วยทรงรำลึกได้ว่า สมเด็จพระเชษฐภคินีโปรดเสวยพระกระยาหารที่ทำจากไข่ เป็นแรงบันดาลพระราชหฤทัยให้ทรงพระราชนิพนธ์ กอปรกับทรงพบโคลงสี่ "เมนูไข่" ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อ พ.ศ.2518